กษ. เน้นย้ำ 4 ยุทธศาสตร์ รับมือปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” กักเก็บ-เติมน้ำ-ปรับเปลี่ยน-เฝ้าระวัง ลดผลกระทบด้านสภาพอากาศร้อนจัดและปริมาณฝนน้อยกว่าปกติต่อเกษตรกรให้น้อยที่สุด
วันนี้ (27 เม.ย.69)นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดมาตรการเชิงรุกรับมือปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) เน้นชู 4 ยุทธศาสตร์ “กักเก็บ-เติมน้ำ-ปรับเปลี่ยน-เฝ้าระวัง” เพื่อลดผลกระทบด้านสภาพอากาศร้อนจัดและปริมาณฝนน้อยกว่าปกติต่อพี่น้องเกษตรกรให้น้อยที่สุด พร้อมสั่งการทุกหน่วยงานในสังกัดดำเนินงานตามยุทธศาสตร์เร่งด่วน
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า ทุกหน่วยงาน เร่งจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงเตรียมบูรณาการด้านข้อมูลรอบด้าน เพื่อวางแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
สำหรับ ‘เอลนีโญ’ (El Niño) เป็นปรากฏการณ์สภาพภูมิอากาศตามธรรมชาติที่อยู่ในระบบความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ โดยปกติแล้วกระแสลมสินค้า จะพัดจากตะวันออกไปตะวันตก แต่ในช่วงที่เกิดเอลนีโญ กระแสลมนี้จะ ‘อ่อนกำลังลงหรือเปลี่ยนทิศทาง’ ทำให้กระแสน้ำอุ่นบริเวณผิวน้ำถูกพัดไปทางตะวันออกแทน ส่งผลให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ‘อุ่นขึ้นกว่าปกติ’
คำว่า ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ (Super El Niño) นั้นถูกนำมาใช้เพื่อเรียก เหตุการณ์ เอลนีโญที่มีความรุนแรงมากเป็นพิเศษ โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลจะพุ่งสูงขึ้นกว่าระดับปกติมากกว่า 2 องศาเซลเซียส ซึ่งเหตุการณ์ระดับนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งนับตั้งแต่ปี 1950 และมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่อุณหภูมิสูงเกิน 2.5 องศาเซลเซียส ในช่วงปลายปี 1997 ถึงต้นปี 1998
ปรากฏการณ์เอลนีโญ คาดว่าจะก่อตัวขึ้นในช่วงปลายปี 2026 โดยการพยากรณ์ชี้ว่า มีโอกาสถึง 70% ที่เอลนีโญจะเริ่มก่อตัวภายในเดือนมิถุนายนปีนี้ และมีโอกาสสูงถึง 94% ที่สภาวะนี้จะลากยาวไปจนถึงสิ้นปี โดยปกติแล้วปรากฏการณ์จะทวีความรุนแรงจนถึงขีดสุดในช่วงระหว่างเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ทั้งนี้ศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศของสหรัฐฯ ได้ประเมินว่า มีโอกาส 50% ที่เอลนีโญในรอบนี้จะพัฒนาความรุนแรงไปถึงระดับ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึง มกราคม 2027