“โดนัลด์ ทรัมป์” ประกาศเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้า 50% สินค้าจากแคนาดา ออกไป 3 วัน จากเดิมจะมีผลบังคับใช้วันนี้ โดยอ้างว่า สหรัฐฯ และแคนาดา บรรลุข้อตกลงร่วมกันได้แล้ว
วันนี้ (19 ส.ค. 69) ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social เมื่อช่วงดึกวานนี้ (18 ส.ค. 69) ว่า ได้เลื่อนการบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าอัตรา 50% กับสินค้าจากแคนาดา ออกไป 3 วัน จากเดิมที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันนี้ (19 ส.ค. 69)
โดย “โดนัลด์ ทรัมป์” ระบุว่า ได้เลื่อนการบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้า 50% กับสินค้าจากแคนาดา ออกไป 3 วัน จากเดิมที่จะผลบังคับใช้ในเช้าวันนี้ (19 ส.ค. 69) เนื่องจากขณะนี้แคนาดาและสหรัฐฯ สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้แล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการสรุปรายละเอียดเอกสารเท่านั้น
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวว่า อาจรื้อฟื้นโครงการท่อส่งน้ำมัน Keystone XL ซึ่งเป็นโครงการที่ “โจ ไบเดน” อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ยกเลิกไปในปี 2564 หลังจากได้รับการต่อต้านจากชนพื้นเมืองและกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมานานหลายปี
ทางสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะครอบคลุมถึงการเปิดตลาดอย่างครอบคลุมสำหรับสินค้าทุกประเภทของสหรัฐฯ พันธสัญญาด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การปรับแนวทางด้านการค้าดิจิทัลให้สอดคล้องกัน และข้อกำหนดอื่น ๆ
นอกจากนี้ แหล่งข่าวระบุว่า ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับการลดภาษีมาตรา 232 ของสหรัฐฯ สำหรับรถยนต์แคนาดาจาก 25% เหลือ 15% โดยจะมีการลดลงเพิ่มเติมตามปริมาณชิ้นส่วนจากสหรัฐฯ ในรถยนต์แต่ละคัน
โดยมาตรการภาษีดังกล่าวครอบคลุมสินค้าของแคนาดามูลค่าเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และจะมีผลบังคับใช้โดยไม่คำนึงว่าสินค้าแคนาดาจะได้รับสิทธิพิเศษทางการค้าภายใต้ข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) หรือไม่ ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวเคยช่วยปกป้องภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ของแคนาดา จากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ในช่วงก่อนหน้านี้
ทางผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าและเจ้าหน้าที่ในอุตสาหกรรม เคยกล่าวไว้ว่า มาตรการภาษีนำเข้าใหม่นี้อาจนำไปสู่การสูญเสียงานและการปิดกิจการในภาคส่วนที่เปราะบางในแคนาดา รวมถึงอุตสาหกรรมไม้แปรรูป ไวน์ และผลิตภัณฑ์นม และเตือนว่าข้อพิพาทนี้อาจทำให้การเจรจา USMCA ในวงกว้างมีความซับซ้อนมากขึ้น