ตำรวจหวั่นรุมประชาทัณฑ์ ผัวครูเดือด ดูหน้าชายคลั่งยายิงมั่ว

ตำรวจหวั่นรุมประชาทัณฑ์ ผัวครูเดือด ดูหน้าชายคลั่งยายิงมั่ว

View icon 198
วันที่ 27 เม.ย. 2569 | 11.07 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สามีครูสาวเดือด ! บุกชกกำแพงหน้า สภ.ลาดบัวหลวง หลังเห็นหน้าชายคลั่งมือยิงภรรยาเสียชีวิต อยากให้ไปขอขมาศพ ตำรวจคุมเข้มหวั่นรุมประชาทัณฑ์

วันนี้ (27 เม.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ปริญญา ทองมา ผกก. สภ.ลาดบัวหลวง พร้อมกำลังตำรวจ ควบคุมตัว นายศราวุธ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนกราดยิงประชาชน ออกจากห้องควบคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้องสืบสวนด้านหลังโรงพัก พร้อมประเมินสถานการณ์ในการพาตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนควบคุมตัวกลับเข้าห้องควบคุมตามเดิม

ระหว่างการสอบสวน ปรากฏว่า นายศักชัย อายุ 35 ปี สามีของครูสาวผู้เสียชีวิต พร้อมญาติ เดินทางมาเฝ้าดูตัวผู้ต้องหาด้วยความโกรธแค้นอย่างหนัก ทันทีที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาออกมา นายศักชัย พยายามวิ่งเข้าทำร้าย เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวผู้ต้องหากลับเข้าไปในห้องสืบสวน พร้อมจัดกำลังเข้าระงับเหตุและกันตัวญาติผู้เสียหายออกห่าง

ต่อมา เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาออกมาอีกครั้ง นายศักชัย ยังอยู่ในอารมณ์โกรธ ตะโกนด่าสาปแช่ง พร้อมชกกำแพงอย่างแรงเพื่อระบายความคับแค้น จนได้รับบาดเจ็บที่มือ

นายศักชัย เปิดเผยว่า ตนมาเฝ้าดูผู้ต้องหาตั้งแต่เมื่อวาน (26 เม.ย. 69) เพิ่งมีโอกาสได้เห็นหน้า ยอมรับว่ารู้สึกโกรธแค้นอย่างมาก อยากเข้าไปต่อยสักครั้ง เพราะยังติดใจว่าผู้ต้องหาคลุ้มคลั่งจากยาเสพติดจริงหรือไม่ เนื่องจากสีหน้าไม่แสดงความสลด อีกทั้งยังทราบว่ามีคนพยายามบอกว่ามีเด็กอยู่ในรถ แต่ผู้ต้องหายังยิงเข้าใส่โดยไม่หยุด หากกระสุนถูกลูกของตนจะมีใครรับผิดชอบ

ทั้งนี้ นายศักชัย ยังเรียกร้องให้ผู้ต้องหาไปขอขมาศพภรรยาของตน ขณะที่ตำรวจต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงและการรุมประชาทัณฑ์ในพื้นที่ สภ.ลาดบัวหลวง โดยจากการสอบสวนผู้ต้องหายังให้การด้วยว่า ก่อนก่อเหตุได้เสพยาบ้ามา 6 เม็ด

ด้าน นายธีรเมธ เทพวิชัยศิลปกุล นายอำเภอลาดบัวหลวง เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุว่า จากการตรวจสอบหมายเลขประจำปืน พบเป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม. ซึ่งมีการจดทะเบียนถูกต้องตั้งแต่ปี 2551 โดยผู้ครอบครองตามใบอนุญาตเป็นตำรวจ ยศดาบตำรวจ (ด.ต.) ปัจจุบันเกษียณราชการ ออกใบอนุญาตโดยที่ว่าการอำเภออุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และเป็นอาวุธปืนที่จัดซื้อในโครงการสวัสดิการของตำรวจ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าชื่อผู้ครอบครองอาวุธปืนไม่ตรงกับผู้ต้องหาในคดี จึงเชื่อว่าเป็นอาวุธปืนมีทะเบียนแต่ผิดมือ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนว่าอาวุธปืนดังกล่าวมาอยู่กับผู้ก่อเหตุได้อย่างไร

ขณะเดียวกัน ที่ว่าการอำเภอลาดบัวหลวงจะทำหนังสือประสานไปยังที่ว่าการอำเภออุบลรัตน์ เพื่อตรวจสอบไปยังผู้ได้รับอนุญาตตัวจริง ให้นำอาวุธปืนมาตรวจสอบ หากพบว่ายังอยู่ครบถ้วน อาจเข้าข่ายมีการสวมทะเบียน แต่หากสูญหายจะต้องตรวจสอบว่ามีการแจ้งหายไว้ถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ เนื่องจากการแจ้งอาวุธปืนหายต้องแจ้งทั้งสถานีตำรวจและนายทะเบียนที่ออกใบอนุญาต 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง