เช้านี้ที่หมอชิต - หัวขโมยก่อเหตุลักสายไฟ ย่านรามคำแหง พอถูกจับ ตีหน้าเศร้าบีบน้ำตา ห่วงแม่ที่ต้องอยู่คนเดียว
โจรถูกจับ ร้องไห้หาแม่
นายพิพัฒน์ อายุ 22 ปี ถูกตำรวจชุดสืบสวน จับกุมได้ที่หน้าห้องเช่า ใกล้สะพานข้ามคลองบึง เขตบางกะปิ กรุงเทพ พร้อมของกลางไม่เยอะ มีแค่สายไฟ 2 เส้น, รถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ, หมวกกันน็อก และกระสอบใส่สายไฟ
พอถูกคุมตัวได้ สภาพอย่างที่เห็น ปล่อยโฮออกมาทันที เพราะต้องเข้าไปอยู่ในคุกอีก บอกกับชุดสืบสวนว่า กลัวแม่ต้องอยู่คนเดียว อยากขอกอดแม่เป็นครั้งสุดท้าย
นายพิพัฒน์ ไม่ได้เพิ่งกระทำผิดครั้งแรก ในปี 2563 ขณะนั้นอายุ 16 ปี ถูกจับกุมในข้อหาลักทรัพย์ของที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ที่ สน.ลาดกระบัง ครั้งที่ 2 อายุ 20 ปี ถูกจับกุมข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ที่ สน.ประเวศ
ครั้งนี้จึงเป็นครั้งที่ 3 ไปก่อเหตุลักตัดสายไฟด้านหลังคอนโดฯ ช่วงประมาณเที่ยงคืน ภายในซอยรามคำแหง 40 แล้วย้อนกลับมาเอาอีกทีตอน 07.00 น.ของอีกวัน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ชุดสืบสวนมั่นใจว่า นายพิพัฒน์ ไม่ได้ร้องไห้เพราะห่วงแม่ เนื่องจากปัจจุบันอยู่กินกับแฟนสาว ส่วนแม่อยู่คนละที่กัน และที่ก่อเหตุเพราะติดยาบ้าและการพนัน
เบื้องต้นโดนแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
สึกเพื่อเสพ จ.บุรีรัมย์
เคสนี้ที่จังหวัดบุรีรัมย์ นายพายุ อายุ 24 ปี ชาวอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ อุตส่าห์ตั้งใจบวชทดแทนคุณพ่อ-แม่ แต่อยู่ในเพศบรรพชิตได้แค่ 11 วัน ร้องขอสึกแล้ว อ้างคิดถึงแฟน
หลังพ้นออกมาจากวัด ในช่วงเย็นวันที่ 25 เมษายน ก็ไปหาซื้อยาบ้า 10 เม็ดจากเพื่อน แล้วเสพให้หายอยากไป 5 เม็ด ก่อนจะตามเพื่อนรุ่นน้อง อายุ 18 ปี ไปรับยาบ้า 4,000 เม็ด จากเครือข่ายที่นัดวางไว้ริมทาง โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงซุ่มรออยู่ก่อนแล้ว จึงเท่ากับว่า นายพายุ ถูกจับหลังสึกได้ไม่ถึง 1 ชั่วโมง
เจ้าตัวรับว่า ตั้งใจจะบวชให้พ่อแม่เป็นเวลา 1 เดือน และถือโอกาสช่วงที่อยู่ในผ้าเหลือง อดยาบ้าอย่างเด็ดขาด แต่กว่าจะผ่านไปแต่ละคืน มันทรมาน กระสับกระส่าย สุดท้ายก็แพ้ความอยาก อ้างกับทางบ้านว่าทนคิดถึงแฟนไม่ไหวแล้ว
สรุปแล้ว ตั้งแต่ถูกจับกุม และถูกคุมตัวในห้องขัง ก็ยังไม่ปรากฏตัวแฟนสาวเข้าไปเยี่ยม จะมีก็แต่พ่อแม่ที่คอยส่งข้าวส่งน้ำให้