27 เม.ย. 69 เมื่อเวลา 10.30 น. ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุลูกชายคลุ้มคลั่งอาละวาด มีอาวุธมีดข่มขู่จะทำร้ายร่างกายพ่อแม่ เบื้องต้นผู้เป็นแม่ได้วิ่งหนีตายออกมาจากบ้าน เพื่อมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงหน้าโรงเรียนบ้านอีหลุ่ง ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่เพิงขายของหน้าโรงเรียนพบนางสำรอง อายุ 74 ปี ผู้แจ้งเหตุ นั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ โดยมีนางติ๋ม อายุ 67 ปี และเพื่อนบ้านคนอื่นที่ทราบข่าว มานั่งปลอบใจอยู่ข้าง ๆ ระบุว่านายเจริญ หรือชาติ อายุ 54 ปี (ลูกชาย) เสพยาเสพติดจนมีอาการคลุ้มคลั่งด่าทอพ่อและแม่ ซ้ำยังถือมีดพร้าข่มขู่ กลัวว่าจะถูกลูกชายฆ่าตาย จึงต้องหนีตายออกมา ก่อนมีชาวบ้านพาซ้อนรถจักรยานยนต์มาหน้าโรงเรียน ส่วนสามียังอยู่ที่บ้าน เพราะมีอาการหูหนวก อาจจะไม่ได้ยินเสียงตอนทะเลาะกัน
นางสำรอง เมื่อทราบว่าตำรวจกำลังเข้ามาช่วยหลือ ได้ยกไหว้ขอบคุณทั้งน้ำตา และเล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า วันนี้ ลูกชายตื่นเช้ามาก็มาเรื่องแม่ หาว่าแม่จู้จี้ขี้บ่น ทั้งที่ได้ได้ว่าอะไรเลย ตนนึ่งข้าวเหนียวก็เดินมาหยิบเอาไปกิน แล้วก็หาเรื่อง ด่าทอสารพัดด้วยคำหยาบคาย พ่อหูหนวกจึงไม่ได้ยินที่ลูกชายด่า นางสำรองบอกว่า ไม่ใช่ลูกของตนกับสามี เขาบอกว่าเขาเลี้ยงแม่กับพ่อมาตั้งแต่เด็ก เขาโตมากับน้ำต้มข้าว เขาบอกว่าเมื่อไรแม่จะตาย แก่ก็มากแล้ว ว่าแม่อีตาบอด ด่าพ่อไอ้หูหนวก ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจมาก ทุกคนเรียกลูกว่าชาติ แต่ตนขอเรียกว่า “ชาติหมา”
“ตนและสามีมีอาชีพทำนา แก่ชรากันทั้ง 2 คน ตนสายตาฝ้าฟางมองไม่ค่อยเห็น สามีหูหนวกฟังไม่ค่อยได้ยิน ส่วนนายชาติเป็นลูกชายคนเดียว อยู่กัน 3 คน นายชาติ ติดยาเสพติดมานานแล้ว ดื่มเหล้า สูบกัญชา เสพยาบ้า เอาทุกอย่าง ไม่ได้ทำงานอะไรเป็นหลักแหล่ง ช่วยพ่อทำนาบ้าง เก็บของเก่าขายบ้าง เมื่อเขาไม่ได้ดั่งใจก็หาเรื่องด่าพ่อแม่ บางครั้งก็ทุบทำลายข้างของในบ้าน ทุบกระจกบ้าน บ้านที่อยู่ตอนนี้ก็สร้างไม่เสร็จ กลัวลูกจะพังบ้านเสียหาย นายชาติ เองก็ไปปลูกกระต๊อบอยู่บ้าน ไม่รู้ว่าจะถูกลูกฆ่าวันไหน กลัวมากต้องหนีไปนอนอยู่เถียงนาเพื่อนบ้านเกือบทุกวัน”
ด้านนางติ๋ม เพื่อนบ้าน เล่าว่า ตนกำลังจะเดินออกมาตามหาหลาน ก็มาเห็นนางสำรอง นั่งร้องไห้อยู่หน้าโรงเรียน พอสอบถามก็บอกว่าลูกชายจะฆ่า จนต้องหนีออกมาจากบ้าน นางสำรองมักจะออกมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านอยู่บ่อยครั้ง ลูกชายเขาถ้าคุยกับเพื่อนบ้านคนอื่น เขาก็มีอาการปกติ พูดจาดี แต่กับพ่อและแม่ เขาจะด่าเป็นประจำ เห็นแบบนี้ก็ได้แต่ปลอบใจด้วยความสงสาร เราก็ช่วยเหลือได้เพียงเท่านี้
จากนั้น ตำรวจได้นำกำลังเข้าไปที่บ้านหลังเกิดเหตุ แต่ไม่พบใคร กระทั่งไปเจอตัวอยู่กลางทุ่งนาหลังบ้าน จึงนำตัวมาตรวจค้นในกระต๊อบอีกครั้ง พบมีด 3 เล่ม เป็นมีดพร้าปลายแหลม ยาวประมาณ 50 ซม. 1 เล่ม มีดยาวปลายตัด ยาวประมาณ 50 ซม. 1 เล่ม และมีดดายหญ้าปลายตัดด้ามไม้ยาว 1 เล่ม และรับสารภาพว่า เสพยาบ้าไปเมื่อวันก่อน แต่ไม่ได้เสพประจำ
ทั้งนี้ ระหว่างควบคุมตัวนายชาติมีอาการไม่พอใจแม่ที่แจ้งตำรวจมาจับ ยังโวยวายด่าทอแม่อยู่ตลอด บอกว่าแม่แจ้งจับเป็นครั้งที่ 2 แล้ว หาว่าแม่ไม่สนใจ ไม่เลี้ยงดู ต้องหาข้าวกินเองตลอด แม่ก็เถียงและต่อว่าคืน บอกว่ามาขอเอาข้าวเหนียวไปกินทุกวัน ทั้งที่ด่าแม่กับพ่อด้วยคำหยาบตลอด ทำไมไม่รู้จักสำนึก ก่อนที่นายชาติจะบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ตนไม่ได้ไล่ฟันพ่อแม่ แม่กล่าวหาตน” แล้วก็ร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางไปทำการสอบสวนที่ สภ.ย่อยห้วยหลวง โดยมีนางสำรองเดินทางไปแจ้งความพร้อมกัน
เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าว “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” เพื่อควบคุมตัวเอาไว้ก่อน และจะทำการสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง (ข้อหาพกพาอาวุธมีดหรือข่มขู่กรรโชกทรัพย์) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป