ทีมสุดซอยบุกดีเอสไอ ร้องสอบ 6 ผู้ค้าน้ำมัน พบพิรุธใบขนส่งน้ำมันทางเรือผิดปกติ 166 ฉบับ

ทีมสุดซอยบุกดีเอสไอ ร้องสอบ 6 ผู้ค้าน้ำมัน พบพิรุธใบขนส่งน้ำมันทางเรือผิดปกติ 166 ฉบับ

View icon 60
วันที่ 27 เม.ย. 2569 | 19.55 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ทีมสุดซอย นำหลักฐานยื่นดีเอสไอ สอบ 6 ผู้ค้าน้ำมัน หลังพบใบขนส่งน้ำมันทางเรือผิดปกติ ข้อมูลไม่ครบ 166 ฉบับ

วันนี้ (27 เม.ย.69) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อการปฏิรูปพลังงาน (ทีมชุดสุดซอย) พร้อมด้วยทีมฝ่ายกฎหมายกรมธุรกิจพลังงาน  ร่วมกันนำเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือที่พบความผิดปกติ ไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 เข้ามอบให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยมี พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค, พ.ต.ต.เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผอ.กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค, พ.ต.ท.เสกสรร ศรีตุลาการ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าศูนย์การดําเนินคดีเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นผู้แทนรับมอบ

น.ส.ฐิติภัสร์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้นำเอกสารเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับดีเอสไอ ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ตรวจสอบใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ ในช่วงเดือน มี.ค. 69 จำนวน 166 ฉบับ ซึ่งเป็นของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จำนวนทั้งสิ้น 6 ราย ที่ไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยมีอัตราโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ จากบริษัทคลังน้ำมันที่จังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี โดยน้ำมันเหล่านี้จะขนส่งทางเรือไปยังปลายทางคลังน้ำมันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร และสงขลา แต่เมื่อใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทั้ง 166 ฉบับไม่เป็นไปตามประกาศฯ จึงเป็นความผิดตามกฎหมายที่เราต้องร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543

น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวอีกว่า ความผิดปกติของใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือทั้ง 166 ฉบับดังกล่าว ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 นั้น ใน 1 ใบขนส่ง จะต้องประกอบไปด้วยรายละเอียด 8 หัวข้อสำคัญ คือ 1.ชื่อผู้ค้าน้ำมันที่จ่ายและสถานที่จ่ายต้นทาง 2.วันที่ออกและเลขที่ใบกำกับการขนส่ง 3.ชื่อผู้รับและสถานที่ส่งมอบปลายทาง 4.ชื่อและที่อยู่ของผู้ขนส่ง 5.เลขทะเบียนพาหนะที่ใช้ขนส่ง ในกรณีขนส่งทางเรือให้ระบุชื่อเรือที่ใช้ในการขนส่ง 6.วันที่ออกเดินทางจากสถานที่จ่ายต้นทาง 7.ชนิดและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขนส่ง และ 8.ระบุหมายเลขประจำตรา (SEAL) หรือรหัส ELECTRONIC SEAL หรือระบบที่ใช้ในการควบคุมและติดตามยานพาหนะในการขนส่ง แต่ปรากฏว่าในใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว มีบางใบข้อมูลไม่ครบถ้วน อาทิ ขาดการระบุวันที่ออกใบกำกับการขนส่งทางเรือ หรือไม่ระบุถึงหมายเลขประจำตราซีลนัมเบอร์เรือ หรือไม่ระบุเรือ หรือไม่ระบุต้นทางที่ไปรับน้ำมันออกมา เป็นต้น ดังนั้น เมื่อไม่ครบถ้วน เราก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนจะเป็นการปลอมแปลงเอกสารหรือไม่ ต้องให้ดีเอสไอตรวจสอบ

น.ส.ฐิติภัสร์ เปิดเผยอีกว่า ปลายทางของน้ำมันเหล่านี้ตามใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ บางส่วนก็พบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับบริษัทคลังน้ำมันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีตามที่ดีเอสไอสืบสวนสอบสวนอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ จะมีปริมาณน้ำมันเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนเท่าไรนั้น ขอให้เป็นการสืบสวนสอบสวนขยายผลของดีเอสไอต่อไป ส่วนก่อนหน้าจะเกิดวิกฤตพลังงานน้ำมันขาดแคลน เราต้องเรียนตามตรงว่ากระทรวงพลังงานอาจจะไม่ได้มีการกำกับหรือติดตามในส่วนของบริษัทคลังน้ำมัน 6 แห่งเหล่านี้อย่างเข้มข้น

ทั้งนี้ กรณีหากพบคนกระทำความผิดในการกักตุนน้ำมันจริง จนมีผลต่อการต้องนำเอาเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปใช้อุดหนุน ทำให้ประชาชนเสียหาย และต้องมีการเรียกคืนเงินชดเชยเหล่านั้น ก็ขอให้เป็นไปตามนโยบายของ รมว.พลังงาน ตามที่ท่านเคยแจ้งไว้

ด้าน พ.ต.ท.อนุรักษ์ กล่าวว่า ดีเอสไอจะรับข้อมูลไว้พิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ส่วนกรณีว่าเป็นข้อมูลที่ขยายผลมาจากคลังน้ำมันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีหรือไม่ ก็ต้องนำรายละเอียดไปตรวจสอบดูอีกครั้ง และจะได้นำเสนออธิบดีดีเอสไอพิจารณาตามขั้นตอน ส่วนการเอาผิดในส่วนของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 นั้น เท่าที่ตนฟังข้อมูลของผู้ร้องทุกข์ในวันนี้คือการไม่ทำตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน มีโทษไม่มาก คาดว่าจะอยู่ในมาตรา 56 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 30 วรรคหนึ่ง โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท ทั้งนี้ ขั้นตอนต่อไปในการสืบสวนสอบสวน ดีเอสไอจะต้องเรียกคลังน้ำมัน 6 แห่งที่ผู้ร้องทุกข์มาร้องไว้ มาสอบสวนปากคำในฐานะพยานก่อน ส่วนจะเชื่อมโยงกับบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 8 เจ้าที่ดีเอสไอสืบสวนอยู่หรือไม่นั้น คงต้องขอเวลาดูรายละเอียดของกรมธุรกิจพลังงานก่อน

พ.ต.ท.อนุรักษ์ กล่าวอีกว่า ความสำคัญของใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือนั้น ตามประกาศของกรมธุรกิจพลังงาน มันค่อนข้างชัดเจนว่าต้องมีการกรอกรายละเอียด 8 ข้อ แต่บริษัทเจ้าใดมีการกักตุนน้ำมันในช่วงเดือน มี.ค.69 หรือไม่นั้น ก็ต้องดูองค์ประกอบหลายส่วน ซึ่งข้อมูลวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งเช่นกัน หากใครมีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน เพราะตอนนี้ก็ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการสืบสวนบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 8 เจ้าที่เชื่อมโยงกับน้ำมัน 60 ล้านลิตรล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ธานีนั้น เหลืออีกเพียง 2 บริษัท ที่ยังอยู่ระหว่างนัดหมาย เพราะทราบว่าทั้งสองเจ้าอยู่ระหว่างไปต่างประเทศ ทั้งนี้ คำให้การในภาพรวมของทั้ง 6 บริษัทเรือที่ได้สอบปากคำไปนั้น ส่วนใหญ่ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องร่องมรสุม อุทกศาสตร์ แต่จะต้องนำข้อเท็จจริงไปตรวจสอบต่อไปว่าเป็นจริงตามนั้นหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง