สนามข่าว 7 สี - แม้จะผ่านคดีใหญ่ ร่วมกันทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต อินฟลูฯ อย่าง "เบิร์ด วันว่าง ๆ" หลังพ้นโทษก็ยังทำคอนเทนต์ไม่สร้างสรรค์ วันไหลพระประแดง ทำคลิปใช้กาวยาแนวเล่นสงกรานต์ เมื่อคืนมีผู้เสียหาย 3 คน เข้าแจ้งความเอาผิดเรียบร้อย
อีกแล้ว ! จ่อเอาผิด "เบิร์ด วันว่าง ๆ"
เบิร์ด วันว่าง ๆ อัดคลิปแกะถุงกาวยาแนว นำไปผสมน้ำ จากนั้นนำไปปะใบหน้าผู้ที่เล่นน้ำสงกรานต์วันไหลพระประแดง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังคลิปถูกเผยแพร่ เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก
"อ.อ๊อด" รองศาสตราจารย์ ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเคมี เตือนใช้กาวยาแนวเล่นสงกรานต์ อันตรายทำให้ระคายผิวหนัง กระทบทางเดินหายใจ หากเข้าตา ถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ เพราะในกาวยาวแนวมีสารเคมีเป็นพิษต่อร่างกายมากมาย พฤติการณ์นี้ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
เบิร์ดดูจะไม่สำนึกผิด อัดคลิปขอโทษแบบกวน ๆ 2 คลิป อ้างว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นเป็นแป้งมัน นำมาบรรจุลงในถุงกาวยาวแนวพร้อมซีน เพื่อเป็นคอนเทนต์ ขอบคุณสังคมที่ช่วยเติมแสง เจ้าตัวยังโชว์นำแป้งมาทาใบหน้า และกินโชว์
เบิร์ด ย้ำด้วยว่านำแป้งมันมาเล่น ไม่ใช่กาวยาแนว พร้อมสวนผู้เสียหายที่ออกมาร้องเรียนว่า ถูกปะแป้งแล้วแสบตา น่าจะเกิดจากสาเหตุอื่น เจ้าตัวบอกอีกว่า ใครไม่ชอบคอนเทนต์ก็ให้ปล่อยผ่าน ตนไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร
"กัน จอมพลัง" ผู้ที่เคยช่วยคดีแบงค์เลสเตอร์ ถูกเบิร์ดและเพื่อนกรอกเหล้าจนเสียชีวิต ส่งเบิร์ดเข้าคุกมาแล้ว 1 รอบ ไม่ปล่อยผ่าน อัดคลิปจี้ให้ตำรวจ สภ.พระประแดง ดำเนินคดี แม้เบิร์ดจะอัดคลิปแก้ต่างว่าคือแป้งมัน แต่ก็นำไปใส่ในถุงกาวยาวแนว ก็อันตรายอยู่ดี
กัน จอมพลัง ยังเขียนข้อความตำหนิการกระทำของเบิร์ดว่า "แกล้งคนพิเรนทร์ ๆ ทำอะไรโง่ ๆ จนมีผู้พิการเสียชีวิตไปคนนึงแล้ว ติดคุกไปไม่ทำให้มีสำนึกขึ้นเลย วนเวียนอยู่แต่คอนเทนต์ขยะ สร้างความเดือดร้อนวุ่นวาย"
ผู้เสียหายเดินหน้าเอาผิด ยันไม่ใช่แป้งมัน จ.สมุทรปราการ
21.30 น. ทีมงาน กัน จอมพลัง พร้อมทนายความ พาผู้เสียหายรวม 3 คน เข้าแจ้งความที่ สภ.พระประแดง สาธิตนำแป้งมัน และกาวยาแนว มาผสมโชว์ให้เห็นความแตกต่าง หากปล่อยไว้แป้งมัน ยังล้างออกง่าย แป้งข้าวเจ้าล้างออกง่าย แต่มีคราบขาวเล็กน้อย ส่วนกาวยาแนว ล้างไม่ค่อยออก สอดคล้องกับที่ผู้เสียหายสัมผัสได้
นายอ๊อฟ ผู้เสียหาย เล่าว่า ขี่รถจักรยานยนต์จากบางบัวทอง ไปเล่นสงกรานต์กับเพื่อนที่พระประแดง เป็นปีแรก ก็รู้สึกผิดหวัง ถูกเบิร์ดปะแป้งที่ใบหน้า หัว และหัวไหล่ แม้หลังจากนั้นจะถูกน้ำสาด 3-4 ด่าน ก็ไม่หลุด
20.00 น. กลับมาบ้าน แป้งก็ยังติดที่หัว สระผม 8 รอบ ก็ยังไม่หาย รู้สึกว่าผมเป็นก้อน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโดนอะไร จากนั้นเริ่มคันตา ตาแดงผิดปกติ ตามด้วยคันและแสบตามตัว และพบที่ลำคอมีคราบกาว จึงส่งคลิปให้กับทีมงาน กัน จอมพลัง ยืนยันจะขอดำเนินคดีเบิร์ดให้ถึงที่สุด เพราะมั่นใจว่า ไม่ใช่แป้งมัน
ตำรวจได้ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เมื่อได้ใบรับรองจากแพทย์ จะเรียก เบิร์ด มารับทราบข้อหาต่อไป
ด้าน ยายของแบงค์เลสเตอร์ พักอาศัยอยู่ที่บ้านพักจังหวัดอุดรธานี ยังน้ำตาคลอ จำฝังใจกับเรื่องราวที่หลานชายถูกเบิร์ดกลั้นแกล้งรุนแรง พร้อมฝากทวงสัญญาไปยัง เบิร์ด เคยบอกว่าจะบวชให้แบงค์ก็ไม่ทำ รับปากจะไม่ทำคอนเทนต์ขยะ รับปากแล้วทำไมถึงยังเกิดอีก
ไม่สลด "เบิร์ด วันว่าง ๆ" ทำคลิปหลบคดี
ขณะความเคลื่อนไหวของ เบิร์ด ยังติดตลก เพื่อนสนิทอย่าง เมลายรัชดา อัดคลิปขณะเบิร์ดทำท่าทีลุกลี้ลุกลน อ้างจะหลบหนีไปต่างประเทศ เพราะถูกเพจฯ ใหญ่โจมตี ทำทีพูดสั่งเสียยังติดตลกว่า จะเดินทางไปฮ่องกง
เท่านั้นไม่พอ ไปทำคอนเทนต์ที่สนามบิน บอกว่า โชคดีที่ไม่ติด ตม. จากนั้นก็ยังถ่ายคลิปถือตั๋ว เดินทางขึ้นเครื่องบิน เพื่อยืนยันว่าตนเองเดินทางไปต่างประเทศจริง
ตำรวจเตือนคอนเทนต์ขยะ เสี่ยงติดคุก
พลตำรวจตรี ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนกลุ่มยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย ให้หลีกเลี่ยงการสร้าง หรือเผยแพร่ "คอนเทนต์ขยะ" ที่อาจสร้างความเดือดร้อน หรือเป็นอันตรายต่อผู้อื่น
โดยเฉพาะกรณี เบิร์ด ใช้กาวยาแนวเล่นสงกรานต์ เข้าข่ายสร้างความเดือดร้อนรำคาญ และเสี่ยงต่ออันตรายต่อร่างกาย การกระทำลักษณะนี้เข้าข่ายผิดข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
หากใช้สารหรือสิ่งที่ก่ออันตราย อาจเข้าข่ายทำร้ายร่างกาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนการนำข้อมูลเป็นเท็จ เพื่อสร้างกระแส ทำให้เกิดความแตกตื่น เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมฯ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ด้านบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ ออกแถลงการณ์ห่วงใยต่อผู้ที่อาจจะได้รับอันตราย พร้อมบอกว่ากำลังปรึกษาด้านกฎหมาย ดำเนินการอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการลอกเลียนแบบ เป็นอันตรายต่อสังคม ย้ำว่าบริษัทไม่มีส่วนรู้เห็น สนับสนุน หรือเกี่ยวข้องกับการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์