ที่ดินทับซ้อนบ้านหนองจาน ใครได้-เสีย

View icon 5
วันที่ 22 พ.ค. 2569 | 07.33 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - จากเหตุพิพาทปมที่ดินซับซ้อนที่บ้านหนองจาน ระหว่างเจ๊รัตน์ กับชาวบ้าน นักวิชาการมองว่า ไม่มีอะไรน่ากังวล เพราะเอกสารสิทธิที่แต่ละคนถือจะเป็นข้อบงชี้ว่า ใครเป็นผู้ครอบครองที่ดิน

อำเภอทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการอิสระ และผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง พูดถึงข้อพิพาทผ่านรายการ มีเรื่องต้องคุย เรื่องนี้ไม่มีอะไรน่ากังวล กรณี เจ๊รัตน์ อ้างว่าตนเองมีเอกสาร ภ.ท.บ.5 จ่ายภาษีตั้งแต่ปี 2546 ถึงปัจจุบัน และทำกินในที่ดินตรงนั้นมานานเกือบ 50 ปี ไม่ได้แปลว่าเป็นผู้มีสิทธิในที่ดิน

ต่างจากชาวบ้านที่มีเอกสาร ส.ค.1 ยืนยันทางกฎหมายว่าเป็นผู้ครอบครอง และในอนาคตอันใกล้กลางเดือนมิถุนายน มีกำหนดมาแล้วว่า จะมีการรังวัดออกโฉนดให้กับชาวบ้าน

อ.ทรงฤทธิ์ บอกอีกว่า ปัญหาดังกล่าวมันสืบเนื่องมายาวนาน ตั้งแต่ยุคเขมรแดงไทยใจดี ให้ชาวกัมพูชาลี้ภัยเข้ามาอยู่อาศัย หลังจากนั้นก็ทำให้เจ้าของที่ดินไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ และยังทำให้ชาวกัมพูชา ที่เกิดมาในยุคนั้น คิดว่าแผ่นดินไทย เป็นแผ่นดินของตัวเอง เพราะมีผู้นำ ปลูกฝังมาแบบนั้น

อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ภ.ท.บ.5 ไม่ใช่โฉนด เป็นเพียงเอกสารรับรองการเสียภาษีท้องถิ่น ซื้อขาย-โอนกรรมสิทธิไม่ได้ ที่ดินส่วนใหญ่ อยู่ในที่ของรัฐมีความเสี่ยงในการถูกเวนคืน-รื้อถอน แม้จะมีข้อจำกัด แต่ก็มีโอกาส พัฒนาเป็นเอกสารสิทธิที่สมบูรณ์ได้ 

ส่วนเอกสาร ส.ค.1 ไม่ใช่โฉนดแต่เป็นเอกสารแจ้งการครอบครองที่ดินสามารถตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาทได้ ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิเหมือนโฉนด แต่สามารถส่งมอบการครอบครองได้ ส.ค.1 สามารถขอออกโฉนดที่ดิน ตามโครงการของทางราชการหรือตามหลักเกณฑ์ของกรมที่ดินได้

นายวรนัยน์ วาณิชกะ อาจารย์พิเศษ วิชาการสื่อสารทางการเมือง ม.ธรรมศาสตร์ มองว่ากัมพูชาก่อ "สงครามประชากร" กับไทยมานานนับทศวรรษ โดยที่เราไม่รู้ตัว ทางกัมพูชาใช้ "ผู้อพยพ" เป็นอาวุธแทรกซึม แม้สงครามกลางเมืองยุคเขมรแดง จบแต่คนที่อพยพมาไม่กลับ แถมยอดพุ่งต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง