ศุภจี แจงปมทุเรียน จับมืออินฟลูฯ เพื่อบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกิน คาดว่าสูงถึง 33% วางแผนเชิงรุกดีกว่ามาแก้ที่ปลายเหตุ เรื่องราคาทุเรียน เกรดส่งออก AB อยู่ที่กิโลกรัมละ 135-150 บาท
ดรามาทุเรียน วันนี้ (28 เม.ย.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรักฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ใช้พื้นที่เฟซบุ๊กชี้แจงประเด็นการทำ “ไลฟ์ คอมเมิร์ซ” (Live Commerce) ขายผ่านช่องทางออนไลน์ ที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ เพิ่มเติมดังนี้
1) เราคาดการณ์ว่า ปีนี้จะมีผลผลิตทุเรียนมากกว่าปีก่อน 33%
2) เราจึงมีการวางแผนการตลาดเชิงรุก ทั้งการตลาดภายในและตลาดต่างประเทศ เพื่อไม่ให้มีผลผลิตส่วนเกิน แล้วมาแก้ที่ปลายเหตุ
3) หนึ่งในช่องทางการตลาด คือ Live Commerce ซึ่งจะสามารถช่วยกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
4) เราได้มีการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์หลายคนทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งแต่ละท่านมีวิธีการตลาดที่แตกต่างกันไป โดยกระทรวงไม่ได้มีการสนับสนุนรายใดเป็นพิเศษ
5) ในส่วนของคุณพิมรี่พาย ทราบว่าเธอมีความตั้งใจจะช่วยเหลือเกษตรกร โดยการซื้อ/ขาย เป็นการตกลงตามความพอใจระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ สำหรับเทคนิคการขายและการทำโพรโมชันของคุณพิมรี่พายอาจจะมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาเฉพาะของเธอ
ส่วนที่หลายคนกังวลว่า สินค้าอาจจะไม่ตรงปก เข้าใจว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะกระแสตอบรับจากพี่น้องประชาชนแรงมากขนาดนี้ จะเป็นที่จับตา และหน่วยงานกำกับดูแลก็ควรติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว
6) ส่วนเรื่องราคาทุเรียน ณ ปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ดีตามที่โฆษกกระทรวงพาณิชย์ได้ให้ข้อมูลไปแล้วว่า ราคาท้องตลาด เกรดส่งออก AB อยู่ที่กิโลกรัมละ 135-150 บาท เกรด C อยู่ที่กิโลกรัมละ 90–100 บาท เกรด D อยู่ที่กิโลกรัมละ 70-80 บาท เกรดคละอยู่ที่กิโลกรัมละ 125-130 บาท โดยในแต่ละช่วงราคาจะแตกต่างกันตามคุณภาพของผลผลิต
วัตถุประสงค์ของความร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ ในการทำ Live Commerce ก็เพื่อบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกินที่กำลังจะออกมามาก และเพื่อให้ผลผลิตส่งถึงมือผู้บริโภค ที่เป็นพี่น้องประชาชนในประเทศ ได้อย่างรวดเร็วที่สุด