ร้านรับปักชื่อในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซบเซาหนัก เจ้าของร้านเผยพิษเศรษฐกิจ น้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง รายได้ลดฮวบ เหลือไม่ถึงหมื่นต่อเดือน
วันนี้ (28 เม.ย.69) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านตาเมา หมู่ที่ 2 ตำบลตาตุม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พบกับ นางนิลุบล อายุ 55 ปี เจ้าของร้านตัดเย็บและปักชื่อนักเรียน อยู่ใน ตำบลตาตุม อำเภอสังขะ ซึ่งเปิดให้บริการมานานกว่า 15 ปี รับงานตัดเย็บเสื้อผ้า ปักโลโก้ ซ่อมแซม และปักชื่อชุดนักเรียนทั่วไป
นางนิลุบล กล่าวว่า ตนเปิดร้านมา 15 ปี ตัดเย็บเสื้อผ้า ทำโลโก้ งานซ่อม ทุกอย่าง ปักชื่อเด็กนักเรียน ทั่วไป เคยรายได้เดือนละ 15,000 บาท หลังอพยพ 2 รอบ ตอนนี้รายได้ลด เดือนไม่ถึงหมื่น ปีนี้รู้สึกซบเซา เงียบ น้ำมันแพง ค่าครองชีพที่สูงขึ้น อีกทั้งในปีนี้บรรยากาศการค้าขายยิ่งซบเซา เงียบเหงา เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกวันนี้ลำบากมาก ลูกก็เรียนอยู่ในพื้นที่ชายแดน ยังรู้สึกไม่มั่นใจ กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์รอบที่ 3 อีก
พร้อมกันนี้ยังฝากถึงภาครัฐ ให้เข้ามาดูแลและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการสร้างบังเกอร์ให้เพียงพอ เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน รวมถึงเสนอให้มีการก่อสร้างแนวกำแพงป้องกันตลอดแนวชายแดน และแสดงความเห็นด้วยต่อการยกเลิกข้อตกลง MOU 44 เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว
ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลต่อความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ส่งผลกระทบทั้งต่อความเป็นอยู่และเศรษฐกิจในระดับชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้