ดร.ปริญญา อัปเดตโครงการทำงานไถ่ตัวเองออกจากคุก 4 ผู้พ้นโทษปรับเริ่มทำงานทันที เชื่อไม่มีใครหนี-ทำงานไม่ครบ เพราะเงินค่าแรงจะถูกส่งคืนกลับไปช่วยเพื่อนที่ร่วมชะตากรรมเดียวกันคนต่อ ๆ ไป
รศ.ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใช้พื้นที่เฟซบุ๊กส่วนตัวอัปเดตความคืบหน้า โครงการทำงานไถ่ตัวเองออกจากคุก วานนี้ (28 เม.ย.69) ออกมาแล้ว 4 คน และเริ่มทำงานแล้ว หลังจ่ายค่าปรับ 98,500 บาทให้ผู้ต้องขัง 4 คนที่ติดคุกเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ ดร.ปริญญาได้ไปรับทั้ง 4 คน ออกมาจากสถานกักขังกลางปทุมธานี พร้อมกับได้รับ “ใบบริสุทธิ์” เป็นหลักฐานว่าพ้นโทษ (โทษปรับ) เรียบร้อยแล้ว
เมื่อออกมาได้แล้ว ดร.ปริญญาและทีมงานก็ได้พาทั้ง 4 คนไปที่ทำงาน ซึ่งมี 3 หน่วยงาน ที่ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ คือ โครงการตั้งต้นดี สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย นายธนะชัย สุนทรเวช แม่งานคนสำคัญ มูลนิธิกระจกเงา นายสมบัติ บุญงามอนงค์ และสำนักงานบริหารทรัพย์สินและการกีฬา นายยรรยง อัครจินดานนท์.
ผู้พ้นโทษทั้ง 4 คนจะไม่ได้ทำงานเพียงแค่คืนค่าปรับให้เท่านั้น แต่จะทำงานยาว ๆ ไปเลย งานนี้จึงไม่ใช่แค่ไถ่ตัวออกมา แต่คือการหางานให้เขาทำไปพร้อมกัน และขอขอบคุณ สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี ที่สนับสนุนโครงการนี้
สำหรับค่าปรับที่ ดร.ปริญญา จ่ายให้ เมื่อทั้ง 4 คนทำงานครบค่าปรับแล้ว ทั้ง 3 หน่วยงานก็จะคืนเงินค่าปรับให้ เพื่อ ดร.ปริญญา จะนำไปช่วยเหลือผู้ที่ติดคุกเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับคนต่อ ๆ ไป โดยจะได้ชักชวนผู้คนตั้งเป็นกองทุนไถ่ตัวเองออกจากคุกอย่างจริงจังต่อไป เพื่อช่วยคนที่ติดคุกเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับออกมาจากคุกให้ได้มากที่สุด
“หลายคนโดยเฉพาะสื่อมวลชนถามว่า “ถ้าเขาทำงานไม่ครบจะทำอย่างไร อาจารย์ไม่กลัวเขาหนีหรือ ขอเรียนว่าก็เพราะคำถามนี้ล่ะ ตนจึงต้องเริ่มด้วยเงินตัวเองก่อน เพราะจะทำให้ตอบได้ว่า “ไม่เป็นไรเงินผมเอง แต่ผมเชื่อมั่นว่าเขาจะทำงานจนครบ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การไถ่ตัวแต่เป็นการหางานให้ และเขารู้ดีว่าเงินที่เขาทำงานคืนมาคือเงินที่จะช่วยเพื่อน ๆ ที่ประสบชะตากรรมเดียวกันได้มีโอกาสทำงานไถ่ตัวเองเช่นเดียวกันต่อไป ” ดร.ปริญญา ระบุ
ดร.ปริญญา เปิดเผยด้วยว่า ถ้าท่านได้มาเห็นภาพเช่นเดียวกับผม คำถามนั้นอาจไม่มีเลย เป็น คุณแม่ที่มารอรับลูกสาวยกมือไหว้ผมแล้วก็ร้องไห้ กล่าวขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยลูกสาวหนูค่ะ จนผมถึงกับน้ำตาซึมไปด้วย พอถึงเวลาที่ผมพาทั้ง 4 คนออกมา คุณแม่ก็กอดกันร้องไห้กับลูกสาว พ่อแม่พี่น้องที่มารับก็ตื้นตันกอดกันกลม ทุกคนดีใจที่คนในครอบครัวได้ออกมาจากคุก มนุษย์ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สิ่งนี้ทำให้เราเป็นมนุษย์และทำให้เรายังมีความหวังในสังคมอยู่เสมอ ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ให้กำลังใจ สังคมไทยดีขึ้นด้วยมือเราได้จริง ๆ