ชายกร่างขับรถเปิดไซเรน ถือปืนขู่ “ถ้าไม่ไปกูยิง” ตรวจสอบเป็น อส. สำรอง อ้างปฏิบัติงานตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา
วันนี้ (30 เม.ย. 69) เมื่อคืนเวลาประมาณ 22.00 น.เศษ ภาพจากกล้องหน้ารถของทีมกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ อำเภอเมือง นครศรีธรรมราช ขณะที่กำลังเข้าค้นหาผู้บาดเจ็บจากเหตุทำร้ายร่างกาย ในซอยกอไผ่ ถนนแยกคูขวาง-ปากนคร หมู่ 5 ตำบลท่าซัก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช แต่จู่ๆได้เกิดเหตุรถยนต์ที่ติดสติ๊กเกอร์ที่ฝาท้ายกระบะข้อความว่า “นางพระยา 01” ได้ถอยเข้าเบียดชนรถยนต์ของทีมกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจได้รับความเสียหาย ทีมมูลนิธิได้มาดูความเสียหายเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของประกันภัย
แต่เหตุการณ์ไม่จบแค่นั้น เมื่อมีรถอีกคันติดสัญญาณไฟวับวาบแล่นมาจอด กลับมีชายคนหนึ่งถือปืนพกสั้นสเตนเลส เดินมาข่มขู่ใส่ทีมกู้ภัย พร้อมทั้งไล่ให้เคลื่อนรถออกไปพร้อมทั้งข่มขู่ว่า “มึงจะไปมั้ย ถ้าไม่ไปกูยิง” ด้วยความที่เจ้าหน้าที่เกรงจะเกิดอันตราย เนื่องจากการถือปืนของชายรายนี้ มีนิ้วชี้อยู่ในโกร่งไกพร้อมที่จะลั่นไกได้ตลอดเวลา จึงเคลื่อนรถออกจากที่เกิดเหตุโดยไม่ได้ประสานพนักงานสอบสวนเข้าตรวจสอบอุบัติเหตุ มีเจ้าอาวาสวัดนางพระยา เข้าเจรจาพูดคุยกับทีมกู้ภัย
ทีมกู้ภัยประชาร่วมใจที่ประสบเหตุ 6 นาย ได้เข้าแจ้งความกับ พันตำรวจโทสุวิทย์ นวลสงค์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่ปรากฏในภาพทราบชื่อเพียงว่า “นายหมู” ฐานข่มขู่ด้วยอาวุธปืนให้เกิดความตกใจกลัว และอาจเป็นการเตรียมพยายามฆ่าได้เนื่องจากการเตรียมพร้อมด้วยนิ้วชี้อยู่ในโกร่งไกพร้อมยิงตลอดเวลา และยืนยันในการดำเนินคดี พร้อมทั้งให้มีการตรวจการครอบครองอาวุธปืน การพกพาอาวุธปืน
ไม่นานที่กลุ่มทีมกู้ภัยแจ้งความปรากฏว่าได้มีชายที่ปรากฏในภาพได้ตามมาที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ยังแสดงพฤติกรรมที่กร่าง อ้างเหตุในการทำงานในพื้นที่ และพร้อมจะชดใช้ค่าเสียหายเรื่องรถยนต์ และยังแสดงความไม่พอใจที่กลุ่มทีมกู้ภัยมาแจ้งความ ท้ายที่สุดได้อ้างว่าการทำหน้าที่เป็นไปตามคำสั่งของนายอำเภอ ซึ่งได้มีการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าชายรายนี้อยู่ในทีมที่ชื่อว่า “ชป.นางพระยา” มีที่ตั้งอยู่ในวัดนางพระยา
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อกับนายเมษัณฑ์ โสภากัณฑ์ นายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อขอข้อมูลชุดปฏิบัติการนางพระยา หรือ ชป.นางพระยา และบุคคลที่ปรากฏในภาพที่ได้อ้างคำสั่งของนายอำเภอ พบข้อเท็จจริงว่า บุคคลในภาพไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เป็น อส.สำรอง การออกไปทำหน้าที่จะต้องมีตำรวจหรือปลัดอำเภอเป็นหัวหน้าชุดเท่านั้น หากไม่มีการควบคุมไม่สามารถทำงานได้ หากไปทำเท่ากับผิดกฎหมาย และกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการ