ภาคประชาชน บุกสภาฯ ยื่นหนังสือขอให้ผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด

ภาคประชาชน บุกสภาฯ ยื่นหนังสือขอให้ผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด

View icon 18
วันที่ 30 เม.ย. 2569 | 10.50 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ภาคประชาชนบุกสภาฯ ยื่นหนังสือต่อ กมธ. แก้ไฟป่าฯ ขอ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ใช้งานได้จริง ไม่อยากได้กฎหมายฉบับฟอกเขียว พิมพ์ภัทรยันรัฐบาลเดินหน้าเป็นวาระเร่งด่วน ผลักดันร่างฯ เดิม ไม่นับหนึ่งใหม่

วันนี้ (30 เม.ย.69) ภาคีเครือข่ายภาคประชาชนด้านอากาศสะอาด รวมตัวเข้ายื่นหนังสือต่อ น.ส. พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 โดยระบุว่า วิกฤตอากาศสะอาดไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในรัฐสภา ว่าเนื้อหาบางประเด็น อาจเปิดช่องให้เกิดความล่าช้าในการบังคับใช้ และสร้างความไม่มั่นใจต่อภาคประชาชน ที่ผ่านมา ได้ร่วมผลักดันประเด็นอากาศสะอาดมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่คลายความกังวลต่อทิศทางของกฎหมาย โดยเรียกร้องให้สภาฯ พิจารณาร่างกฎหมายที่มีเนื้อหาสามารถแก้ปัญหาได้จริง ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุซ้ำซาก หรือเป็น “ฉบับฟอกเขียว” พร้อมขอให้กรรมาธิการทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติที่มีประสิทธิภาพ

น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี  ได้แสดงท่าทีชัดเจนว่า อากาศสะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐาน และผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้เป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล พร้อมสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ที่ค้างอยู่จากการพิจารณา เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและไม่ต้องการให้เริ่มนับหนึ่งใหม่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่รุนแรงในปีนี้ โดยการบริหารแบบบูรณาการ เน้นการให้อำนาจคณะกรรมการนโยบายอากาศสะอาด ที่มีนายกฯ เป็นประธาน เพื่อสั่งการข้ามกระทรวงได้จริง โดยเฉพาะการจัดการปัญหาการเผาในที่โล่งและภาคอุตสาหกรรม สำหรับมาตรการทางเศรษฐกิจ จะสนับสนุนแนวทางที่ทำให้เกษตรกรลดการเผาโดยมีแรงจูงใจ เช่น สนับสนุนเครื่องจักรกลทางการเกษตร และส่งเสริมเกษตรสีเขียว เพื่อลดต้นทุนการผลิตไปในตัว

ทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลมีมติไปในทิศทางเดียวกันในการผลักดันกฎหมายนี้ แต่มีการเน้นย้ำในรายละเอียดที่แตกต่างกันตามภารกิจของแต่ละกระทรวง การจัดการมลพิษข้ามพรมแดน เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นจากการเผาป่าและพื้นที่เกษตร โดยใช้มาตรการ “การค้าที่ยั่งยืน" มาเป็นเงื่อนไข ส่วนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดนโยบายรัฐบาลเน้นการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ในภาคการเกษตรและการขนส่ง เพื่อลดการปล่อยมลพิษในระยะยาว เป็ยการสร้างสมดุลระหว่าง "การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด" กับ "การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะเข้าพบนายสอนไช สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว เพื่อยกระดับความร่วมมือแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนและฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และระบบตรวจสอบย้อนกลับ พร้อมเตรียมจัดทำ MOU (ฉบับใหม่)ให้สอดคล้องกับโครงสร้างหน่วยงานปัจจุบัน ซึ่งฝ่ายไทยยันพร้อมสนับสนุนทั้งด้านองค์ความรู้และงบประมาณผ่าน "ธนาคารสีเขียว" เพื่อสร้างอากาศสะอาดและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง