อ้างคำสั่งนายอำเภอ ถือปืนขู่เจ้าหน้าที่กู้ภัย

View icon 11
วันที่ 30 เม.ย. 2569 | 16.01 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - เมื่อคืน (29 เม.ย.) หน่วยกู้ภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกตรวจสอบเหตุทำร้ายกัน มีคนบาดเจ็บ ระหว่างทำงานกันอยู่ก็มีชายคนหนึ่งทำตัวกร่าง ถืออาวุธปืนมาข่มขู่ ไล่ทีมกู้ภัย แล้วยังมีพระรูปหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อีกด้วย

เป็นเหตุการณ์ขณะที่ทีมกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ ไปค้นหาคนเจ็บจากเหตุการณ์ทำร้ายกัน ภายในซอยกอไผ่ ถนนแยกคูขวาง-ปากนคร หมู่ 5 ตำบลท่าซัก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ขณะที่รถของกู้ภัยแล่นมาจอดหน้าปากซอย ปรากฏว่ามีรถกระบะคันหนึ่ง ด้านหลังติดสติกเกอร์ข้อความว่า "นางพระยา 01" ถอยหลังออกมาประกบด้านข้าง แล้วมีเสียงตะโกนคล้ายต่อว่ากัน ก่อนที่รถกระบะคันดังกล่าวจะขยับเดินหน้าไปแล้วน่าจะเกิดการเฉี่ยวหรือเบียดกันขึ้น

หลังเกิดเหตุ ระหว่างที่มีการพูดคุยเจรจาเรื่องค่าเสียหาย เรื่องเรียกประกันภัยกันอยู่ ก็มีชายคนหนึ่งห้อยบัตรที่คอ ไม่รู้บัตรอะไร เดินเข้ามาส่องไฟฉาย ก่อนจะเอ่ยปากไล่ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเลื่อนรถ เคลียร์รถออกจากจุดดังกล่าว ไม่ใช่แค่คำพูด แต่ชายคนดังกล่าวถือปืนติดมือมาด้วย

ตามข่าวบอกว่า ชายคนดังกล่าวพูดว่า "มึงจะไปไหม ถ้าไม่ไปกูยิง" คนในเหตุการณ์บอกว่า ชายคนดังกล่าวถือปืนในลักษณะพร้อมยิง เพราะนิ้วมืออยู่ในโกร่งไกปืน ก็เลยทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบเคลื่อนย้ายรถออก เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย
 
แม้ว่าจะมีการเคลื่อนย้ายรถออกแล้ว แต่ทีมกู้ภัยฯ ยังคงอยู่ในบริเวณดังกล่าวเพื่อรอเจรจาเรื่องค่าเสียหาย ชายคนดังกล่าวยังถือปืนเดินกร่างไปทั่วบริเวณจุดเกิดเหตุ 

ระหว่างเจรจากับคู่กรณี ก็ปรากฏว่ามี "พระครูปลัด" รูปหนึ่ง เข้ามาร่วมพูดคุยเจรจาด้วย ข่าวระบุว่า พระครูปลัดรูปดังกล่าวเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ 
 
หลังเกิดเหตุ ทีมกู้ภัยได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อเอาผิดชายคนถือปืนข่มขู่ ในข้อหาข่มขู่โดยใช้อาวุธปืน แต่หลังจากชายที่ถือปืนออกมาข่มขู่ทราบว่าถูกแจ้งความ ก็บุกตามไปที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช แสดงอาการกร่างไม่หยุด

เรื่องนี้บานปลายถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพราะทีมกู้ภัยบอกว่า ชุด ชป. ดังกล่าวออกทำหน้าที่ตรวจตรา เป็นคำสั่งของนายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
 
ผู้สื่อข่าวสอบถามกับ นายเมษัณฑ์ โสภากัณฑ์ นายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อขอข้อมูลชุดปฏิบัติการดังกล่าว ก็ทราบว่า ชายที่ถือปืนในคลิปไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เป็น อส.สำรอง การออกไปทำหน้าที่จะต้องมีตำรวจ หรือ ปลัดอำเภอ เป็นหัวหน้าชุดเท่านั้น หากไม่มีการควบคุมไม่สามารถทำงานได้ หากไปทำเท่ากับผิดกฎหมาย และกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการต่อไป

ทีมข่าวตามต่อไปเปิดใจข้อเท็จจริงจาก 2 ฝั่ง ก็คือ ฝั่งทีมกู้ภัย และ นายสมพร อายุ 55 ปี คนที่ถือปืนข่มขู่ โดยชายคนหนึ่งในทีมกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า คืนนั้นราว 22.00 น. (29 เม.ย.) ได้รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณปากซอยกอไผ่ ริมถนนปากนคร ม.5 ตำบลปากนคร ตนเองพร้อมด้วยอาสาสมัครฯ 7 คน ก็ขับรถยนต์ของมูลนิธิ 2 คัน เข้าพื้นที่ เพื่อตรวจสอบช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่พอไปถึงกลับไม่พบผู้บาดเจ็บ จึงถอยรถกลับ แต่เนื่องจากถนนในซอยดังกล่าวแคบมาก โดยช่วงนั้นได้มีรถของหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ และมีรถยนต์ของต่างมูลนิธิ ขับมาพร้อมกันหลายคันเข้าไปที่เกิดเหตุ ทำให้การจราจรปากซอยติดขัด เกิดเฉี่ยวชน กระจกชำรุด จึงกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย แต่ตกลงเคลียร์กันได้

จังหวะนั้น ปรากฏมี นายสมพร ซึ่งทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ชุด ชป.นางพระยา ของวัดแห่งหนึ่ง พร้อมพวก ได้ขับรถมาที่เกิดเหตุ อ้างว่า ต้องการมาระงับเหตุ แต่พกปืนมาด้วย ออกมาถือโชว์ และตะโกนข่มขู่ให้พวกตนรีบออกไปจากที่เกิดเหตุ

มาฟังฝั่ง นายสมพร กันบ้าง ยืนยันว่า ตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ อส.สำรอง ฝ่ายปกครองของอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช โดยได้รับคำสั่งจากนายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ให้รับผิดชอบดูแลความสงบใน 3 ตำบล ก็คือ ตำบลปากนคร ตำบลท่าไร่ ตำบลท่าซัก และร่วมกับเจ้าหน้าที่ ชุด ชป.นางพระยาของวัดแห่งหนึ่ง โดยบัตรที่ใช้ห้อยแขวนคอก็เป็นบัตรประจำตัวที่ได้รับมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

คืนเกิดเหตุ ตนเองได้รับแจ้งว่าจะมีเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างทีมกู้ภัยบริเวณปากซอยกอไผ่ ตำบลปากนคร จึงนำกำลังพร้อมตำรวจสายตรวจประจำตำบลฯ เดินทางไประงับเหตุไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย โดยยอมรับว่า ตนเองชักอาวุธปืนจริง แต่อ้างว่าเพื่อต้องการระงับเหตุทะเลาะวิวาทที่อาจจะเกิดการบานปลายได้ ทั้งนี้ อยากขอโทษทีมกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจทุกคนด้วย ที่ตนเองทำให้เกิดความไม่สบายใจ

หลังทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายเมษัณฑ์ โสภากัณฑ์ นายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เผยว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และไม่เข้าข้างฝ่ายใด หากฝ่ายไหนผิดก็ว่าไปตามผิด

ส่วนการดำเนินคดีหลังจากทีมกู้ภัยไปแจ้งความต้องการเอาผิดชายที่ถือปืน ในข้อหาข่มขู่โดยใช้อาวุธปืน ทีมข่าวตรวจสอบทราบว่าขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหา อยู่ระหว่างรอเรียก 2 ฝ่าย ให้มาไกล่เกลี่ยทำความเข้าใจกันก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง