เริ่มวันนี้ ค่าบริการ Telemedicine ผู้ป่วยเรื้อรัง จ่าย 65 บาทต่อครั้ง นาน 3 เดือน ลดภาระค่าเดินทางช่วงวิกฤตพลังงาน

เริ่มวันนี้ ค่าบริการ Telemedicine ผู้ป่วยเรื้อรัง จ่าย 65 บาทต่อครั้ง นาน 3 เดือน ลดภาระค่าเดินทางช่วงวิกฤตพลังงาน

View icon 31
วันที่ 1 พ.ค. 2569 | 08.27 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (1 พ.ค. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เร่งขับเคลื่อนนโยบายยกระดับระบบสาธารณสุขและการคุ้มครองแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด คณะกรรมการการแพทย์ และคณะกรรมการประกันสังคม ได้เห็นชอบมาตรการสนับสนุนค่าบริการทางการแพทย์ผ่านระบบทางไกล (Telemedicine) สำหรับผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

นางสาวลลิดา กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการปรับระบบบริการสุขภาพให้สอดรับกับสถานการณ์โลกที่มีความผันผวน โดยเฉพาะผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

รัฐบาลจึงเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษา โดยผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการปรึกษาแพทย์และติดตามอาการผ่านระบบ Telemedicine ได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังสถานพยาบาล

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดอัตราค่าบริการ Telemedicine สำหรับผู้ป่วยนอกที่เป็นผู้ประกันตนโรคเรื้อรัง ในอัตรา 65 บาทต่อครั้ง เป็นระยะเวลา 3 เดือน

โดยสถานพยาบาลต้องมีระบบที่ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และสามารถเบิกค่าบริการจากสำนักงานประกันสังคมได้โดยตรง ซึ่งผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่าย โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2569

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ติดตามสถานการณ์ด้านยาและเวชภัณฑ์อย่างใกล้ชิด โดยองค์การเภสัชกรรมยืนยันว่ามีการสำรองยาและวัตถุดิบที่จำเป็นเพียงพอ รองรับการรักษาผู้ประกันตนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในทุกสถานการณ์

นางสาวลลิดา กล่าวอีกว่า สิ่งที่ผู้ประกันตนจะได้รับจากมาตรการนี้ คือ ความสะดวกในการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลที่มากขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องพบแพทย์อย่างต่อเนื่อง

พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพการรักษาให้ทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับวิถีชีวิตในยุคดิจิทัล ซึ่งจะช่วยดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนได้อย่างรอบด้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง