ปริศนา เปลวพระเกตุทองคำกลายเป็นทองเหลือง กรรมการวัดมั่นใจไม่ได้เกิดจากการเก็บรักษาของหลวงพ่อเจ้าอาวาส เชื่อหายในขั้นตอนหล่อก่อนนำมาถวายวัด วอนหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบ ลงโทษมารศาสนา
ความคืบหน้ากรณีพระเกศทองคำกลายเป็นทองเหลือง ล่าสุด วันนี้ (1 พ.ค.69) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พูดคุยกับนางปราณี กรรมการวัด ซึ่งได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่า ในฐานะที่ตนเป็นกรรมการวัดและได้เข้าร่วมพิธีหล่อพระพุทธรูปเมื่อปี 2559 ยืนยันว่าเห็นเหตุการณ์ขณะที่เจ้าของทองคำ นำทองคำมาเข้าพิธีหล่อพระด้วยตนเอง โดยเจ้าของได้นำทองคำใส่ลงในภาชนะก่อนจะเข้าสู่กระบวนการหลอมและเทลงในบล็อกหล่อพระ ซึ่งในขั้นตอนนั้นทราบเพียงว่าจะนำไปทำเป็นส่วนยอดเปลวพระเกศ แต่หลังจากขั้นตอนการเททองเสร็จสิ้น ทางโรงหล่อได้นำส่วนเปลวพระเกศกลับไปเพื่อดำเนินการเก็บงานรายละเอียดทั้งองค์พระพุทธรูปก่อนจะนำมาส่งมอบคืนให้กับทางวัด
ต่อมาเมื่อถึงขั้นตอนการส่งมอบ หลวงพ่อเจ้าอาวาสได้นำพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวไปประดิษฐานเป็นพระประธานไว้ภายในหอฉัน ต่อมา หลวงพ่อเจ้าอาวาสได้ตัดสินใจถอดยอดเปลวพระเกศออกมาเพื่อแยกเก็บรักษาไว้ภายในกุฏิ เนื่องจากเกรงว่าอาจถูกโจรกรรม
นางปราณี กล่าวด้วยความตกใจว่า ตนเพิ่งทราบภายหลังว่าทองคำได้สูญหายไป โดยส่วนตัวเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าทองคำไม่ได้หายไปในระหว่างการดูแลของหลวงพ่อเจ้าอาวาส เนื่องจากท่านเป็นพระนักพัฒนาที่ดูแลวัดเป็นอย่างดี ไม่มีประวัติเสื่อมเสียเรื่องเงินทอง แต่สันนิษฐานว่าทองคำน่าจะสูญหายไปในขั้นตอนอื่น ๆ ของกระบวนการผลิต
ทั้งนี้ กรรมการวัด ยังได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนสอบสวน เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าทองคำหายไปในขั้นตอนใด และหายไปได้อย่างไร พร้อมเน้นย้ำว่าต้องการให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนให้ถึงที่สุด โดยมองว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำของมารศาสนา และขอเรียกร้องให้ผู้ที่เอาทองคำไปออกมารับสารภาพผิดต่อสิ่งที่ทำลงไป