วันนี้ (2 พ.ค. 69) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมและมอบนโยบายกรมทางหลวง (ทล.) ว่า ให้เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างงานโยธาให้แล้วเสร็จ สามารถเปิดใช้งานเป็นของขวัญปีใหม่ใน วันที่ (1 ม.ค. 70) ได้แก่
เร่งรัดการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) โดยให้เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างงานโยธา ทั้งมอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน - นครราชสีมา) และ M82 (สายทางยกระดับบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว) เพื่อเปิดทดลองให้ประชาชนได้ใช้งานโดยเร็ว
พร้อมเร่งรัดการประมูลคัดเลือกเอกชน (PPP) ที่ได้รับอนุมัติแล้ว เช่น งานระบบ M82 โครงการ M5 (ส่วนต่อขยายรังสิต - บางปะอิน) M9 (วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก) และโครงการที่พักริมทาง M6 และ M81
นอกจากนี้ ให้เร่งเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติมอเตอร์เวย์สายใต้เส้นแรก M8 (ช่วงนครปฐม - ปากท่อ) และให้เพิ่มทางเลือกของแหล่งเงินทุนผ่านการระดมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
รมว.คมนาคม กล่าวว่า จากการหารือกับรมว.คลังเพื่อผลักดันการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย(TFFIF) สำหรับการก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์เส้นทางใหม่ ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 ปี ขณะที่กรมทางหลวง จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายคือพ.ร.บ. กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497
เพื่อให้ สามารถนำรายได้จากมอเตอร์เวย์ M7 และ M9 ไประดมทุนได้ ซึ่งคาดว่าจะใช้แก้ไขกฎหมาย ในปี 2569-2570 ถึงจะระดมทุนได้ จะสอดคล้องกับแผนการก่อสร้าง M8 ช่วงที่ 2 ตลาดจินดา - ปากท่อ
นอกจากนี้ ให้เร่งพัฒนาขยายทางหลวงภาคใต้ ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) และ หมายเลข 41 ซึ่งเชื่อมต่อกรุงเทพฯ ลงสู่ ภาคใต้ ช่วง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถึง จ.สงขลา ระยะทางประมาณ 732 กม. เพื่อลดความแออัดรองรับปริมาณการจราจรสู่ภาคใต้
เดินหน้าโครงการ MR-MAP โดยเร่งรัดสายแรก MR1 นครปฐม-นครสวรรค์ สมุทรสาคร ระยะทาง 224 กม. ปัจจุบัน อยู่ระหว่างศึกษาออกแบบโดยจะเป็นการก่อสร้างถนนลักษณะผสมผสานที่มีทั้งมอเตอร์เวย์ ระบบราง และคลองระบายน้ำ ไปพร้อมกัน
โดยแนวเส้นทางนี้จะเป็นเหมือนคลองระบายน้ำขนานกับแม่น้ำเจ้าพระยา (เจ้าพระยาเส้นที่ 2) จากปากน้ำโพผ่าน นครปฐมออกสู่อ่าวไทย
เพื่อช่วยระบายน้ำ หลากและใช้ขนส่งสินค้าเกษตรและวัสดุก่อสร้างทางเรือจากภาคกลางสู่อ่าวไทยไปยังแหลมฉบังได้ รวมถึงแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่างได้อย่างเบ็ดเสร็จ