แจ้งเอาผิดนายทุนเงินกู้โหด บังคับเอาตัวขัดดอก-ถ่ายคลิปลับ

แจ้งเอาผิดนายทุนเงินกู้โหด บังคับเอาตัวขัดดอก-ถ่ายคลิปลับ

View icon 35
วันที่ 4 พ.ค. 2569 | 16.23 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สายไหมต้องรอด พาอดีตสาวเอ็นฯ แจ้งความเอาผิดนายทุนเงินกู้โหด “บี บางใหญ่” หลังบังคับให้ถ่ายคลิปลับค้ำประกันเงินกู้ และให้เอาตัวเข้าแลกเพื่อขัดดอก เรียกเก็บดอกเบี้ยโหดรายวัน

วันนี้ ( 4 พ.ค. 69 ) หลังอดีตสาวเอ็นฯ ผู้เสียหาย เข้าร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด กรณีถูกนายทุนเงินกู้โหดบังคับเอาตัวขัดดอก ล่าสุดได้เดินทางไปแจ้งความที่ สน.ประชาชื่น แต่เมื่อตรวจสอบพิกัด ที่เกิดเหตุพบว่าอยู่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของ สภ.รัตนาธิเบศร์ จึงได้ประสานย้ายมาดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุจริง ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า บัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินไปนั้นเป็นบัญชีส่วนตัวของตัวผู้ก่อเหตุเอง ไม่ใช่บัญชีม้าหรือบุคคลอื่นแต่อย่างใด

พ.ต.ท. อาทิตย์ รุ่งเชตุ สารวัตรสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดเผยภายหลังการสอบปากคำผู้เสียหาย นานกว่า 1 ชั่วโมง ว่า คดีนี้ผู้เสียหายให้การว่ารู้จักกับนายทุนเงินกู้ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนจะมีการกู้ยืมเงินกัน โดยเรียกเก็บดอกเบี้ยเป็นรายวัน วันละ 200 บาท ซึ่งผู้เสียหายได้ส่งเพียงดอกเบี้ยเรื่อยมา ต่อมาเมื่อมีการยื่นกู้เพิ่ม นายทุน ได้ตั้งเงื่อนไขว่า ต้องถ่ายรูปโป๊เปลือยส่งให้เพื่อเป็นหลักประกันในการกู้เงิน ผู้เสียหายมอมทำตามจนกระทั่งมีการนัดพบกัน และมีการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้น 1 ครั้ง โดยอ้างเป็นการขัดดอก ต่อมาผู้เสียหายเริ่มส่งดอกเบี้ยไม่ไหว แต่ถูกนายทุนกดดัน และทวงถามอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าหากหยุดส่งเงิน จะถูกล่วงละเมิดซ้ำ หรือถูกนำภาพลับไปเผยแพร่ จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนเพื่อขอความช่วยเหลือ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนพิจารณาดำเนินคดี ฐาน ให้กู้ยืมเงินโดยเรียกรับดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ,ความผิดตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ เนื่องจากมีการแชททวงถามกดดันเป็นระยะ,  ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า ไม่ว่าในขณะนั้นผู้เสียหายจะยินยอมหรือไม่ หรือเป็นการกระทำโดยภาวะจำยอม ก็ถือว่าเข้าข่ายความผิดชัดเจน

ส่วนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม ขณะที่ประเด็นการติดตามตัวนายทุน ทางชุดสืบสวนทราบตัวตน และประวัติของ “บี บางใหญ่” แล้ว คาดว่าจะสามารถนำตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายได้ในเร็วๆ นี้

ตำรวจยืนยันว่า ในพื้นที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ไม่มีการเบื้องหลัง หรือการดูแลจากตำรวจให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลเงินกู้อย่างแน่นอน ส่วนประเด็นการฟอกเงิน และการยึดทรัพย์นั้น หากขยายผลไปถึงมูลค่าความเสียหาย และพฤติการณ์ที่เข้าข่าย ทางเจ้าหน้าที่พร้อมดำเนินการให้ถึงที่สุด จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมในระบบเบื้องต้น ยังไม่พบว่าบุคคลนี้เคยถูกแจ้งความดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันในพื้นที่นี้มาก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง