เปิดใจเหยื่อ ถูกหลอกสมัครทำงานต่างประเทศ

View icon 4
วันที่ 5 พ.ค. 2569 | 07.11 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - แรงงานไทยฝันอยากไปทำงานต่างประเทศ เพราะมีแต่คนที่ได้ไปทำงานแล้วบอกว่ารายได้ดี ปลดหนี้ให้ครอบครัวได้ พอเจอโฆษณาต้องการหาคนไปทำงาน เลยเป็นเครื่องมือดึงดูดให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ต่อให้ต้องกู้ยืมเงินเป็นแสนก็ยอม สุดท้ายเจอบริษัทที่ส่งไปทำงานไม่ได้จริง ฝันสลายกลายเป็นหนี้ ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่ตอนนี้รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 154 คน ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 24 ล้านบาท

เป็นคำบอกเล่าของ คุณหนึ่ง 1 ในผู้เสียหายที่มาเปิดใจกับ คุณกาย สวิตต์ ลีละพงศ์วัฒนา ในรายการ "มีเรื่องต้องคุย" เพื่อบอกเล่าที่มาที่ไป ทำไมถึงหลงเชื่อ และเลือกจะยอมจ่ายเงินหลักแสนบาท เป็นค่าเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ

จุดเริ่มต้นเรื่องนี้ มาจากเห็นโฆษณาผ่านโซเชียลฯ เมื่อปีที่แล้ว และสนใจทักไปสอบถาม ปลายสายก็แนะนำให้ไปคุยกันที่บริษัท นัดคิว นัดวันมาเจอ เห็นมีคนอยู่ไม่น้อยกำลังรอคิวทำสัญญาจะไปทำงาน เจอภาวะกดดันต้องตัดสินใจ ถ้าช้าอาจไม่ทัน เพราะจำนวนมีจำกัด

สุดท้ายเมื่อตัดสินใจทำสัญญา ก็ต้องมีค่าดำเนินการแยกเป็นส่วน ๆ เริ่มตั้งแต่ ค่าทำสัญญา 80,000 บาท ค่าประกันชีวิต 40,000 บาท ค่าวีซ่า 9,750 บาท ค่าแลกเงินสำรอง 33,000 บาท รวมรายเงินที่ต้องจ่ายไปทั้งสิ้นกว่า 160,000 บาท

แต่ก็พบความจริงในวันที่ต้องไปอบรม เพื่อเตรียมพร้อมก่อนไปทำงาน พบว่าไม่มีการจัดอบรมใด ๆ ตามที่บริษัทประกาศ พอถามหาความจริงกับบริษัทก็ติดต่อไม่ได้

ย้อนกลับไปดูในการแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตำรวจ และกระทรวงแรงงาน ได้อธิบายให้เห็นถึงความผิดปกติของบริษัทนี้หลายจุด เริ่มตั้งแต่การจดทะเบียนเปิดบริษัท ที่ขอจดแค่การรับทำ VISA เพียงอย่างเดียว ไม่ได้ขอจดเรื่องการจัดหางาน

ตัวบริษัทไปเช่าอาคารพาณิชย์ ใน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 17 และจดทะเบียนในวันที่ 18 ตรวจสอบแล้ว ไม่มีใครมีประวัติเคยก่อคดี หรือ ต้องโทษ และใช้วิธีทยอยเรียกผู้เสียหายมาสมัครงานเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และสร้างแรงกดดันให้ตัดสินใจ

ด้าน รองผู้กำกับการ 2 บก.ปคม. อัปเดตข้อมูลเพิ่มว่า หลังข่าวนี้ออกไปทำให้มีผู้เสียหายจากทั่วประเทศที่ทราบข่าว ติดต่อแจ้งความเพิ่มเป็น 154 คน ความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 24 ล้านบาท คาดว่าตัวเลขความเสียหายอาจไม่หยุดเพียงเท่านี้

ส่วนผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยังเหลืออีก 2 คน คือ นางสาวพิชญ์จิรา มีหน้าที่ทำสัญญา และรับเงิน ก่อนส่งเงินทั้งหมดให้ นายวันเฉลิม ที่อ้างตัวเป็นกรรมการบริษัท ตำรวจกำลังติดตามจับกุมอยู่ ควบคู่กับเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อนำเงินมาคืนให้ผู้เสียหายต่อไป