เช้านี้ที่หมอชิต - เจ้าหน้าที่คุมเข้มชายแดนด้านจังหวัดสระแก้ว หลังกัมพูชามีการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งมีการจับกุมคนไทยที่ลักลอบกลับเข้าประเทศไทยได้ 7 คน
เป็นภาพทหารกองร้อยทหารพรานที่ 1301 บ้านล็อกเก้า หมู่ที่ 1 ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จับกุมชาวไทย จำนวน 7 คน ที่ลักลอบเดินทางกลับเข้าประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างจุดตรวจที่ 61 และ 62 ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลผ่านศึก ห่างจากชายแดน 200 เมตร
โดยระหว่างการเข้าจับกุม ทั้งหมดสามารถแสดงบัตรประจำตัวประชาชนได้ตรงกับข้อมูลทะเบียนราษฎร เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้เพื่อสอบสวน ทั้งหมดให้การสอดคล้องกันว่าได้ลักลอบเดินทางข้ามแดนไปทำงานเกี่ยวข้องกับธุรกิจออนไลน์ ในพื้นที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา เป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือน โดยมีลักษณะเป็นงานในเครือข่ายผิดกฎหมาย ก่อนที่ทางการกัมพูชาจะทำการกวาดล้างเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ จนต้องหลับหนี้กลับมายังฝั่งประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงการผ่านด่านตรวจตามกฎหมาย กลุ่มผู้ต้องหาได้ว่าจ้างผู้นำทางชาวกัมพูชา ในราคาคนละ 10,000 บาท
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลสัญชาติไทย ไม่เดินทางเข้า-ออกตามช่องทาง ด่าน หรือท่าที่กำหนด” ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายอย่างครบถ้วน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองน้ำใส เพื่อดำเนินคดีต่อไป
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้กวดขันบริเวณแนวชายแดนไทย ด้านจังหวัดสระแก้ว โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่เคยมีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย อย่างเช่น บริเวณบ้านโคกสะแบง ซึ่งมี “คลองพรมโหด” เป็นแนวกั้นตามธรรมชาติระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา โดยลักษณะพื้นที่ดังกล่าวเป็นชุมชนที่มีบ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่ค่อนข้างหนาแน่นตลอดแนวลำคลอง ทำให้ยากต่อการตรวจสอบในบางช่วงเวลา และอาจถูกใช้เป็นช่องทางในการลักลอบข้ามแดนได้ง่าย
ไปที่จังหวัดสุรินทร์ หลังมีคลิปทหารกัมพูชาทำระเบิดหล่น ขณะกำลังมีการพูดคุยกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา ในพื้นที่หลักเขตแดนที่ 6 ตำบลตรัส อำเภอบัวเชด
พลตำรวจตรี สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ได้ให้ตำรวจ สภ.ปราสาท นำอาหาร และเครื่องดื่ม ที่จำเป็น นำไปส่งให้กับเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณชายแดน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงาน
โดยระหว่างที่ทีมข่าวขึ้นไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว ได้พบกับคนงานที่กำลังร่วมงานก่อสร้างถนนทำทางสู่บริเวณชายแดน ที่บอกว่า การทำงานในพื้นที่มีความยากลำบาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้ชายแดน มีจะไม่มีการพบกัน ของกำลังทหารทั้งสองฝ่ายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ค่อยมีปัญหากระทบกระทั่งกันมากนัก
ส่วนที่เห็นอยู่นี่เป็นบรรยากาศคาเฟ ในสวนทุเรียน ที่อยู่บริเวณชายแดน ใกล้กับปราสาทตาควาย และเนิน 350 ซึ่งยังเป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรผสมผสานตามปณิธานพ่อหลวง ในพื้นที่หมู่ บ้านไทยสันติสุข ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวชมสวนทุเรียนดังกล่าว และอุดหนุนซื้อทุเรียนกลับบ้านกันอย่างคึกคัก มีมุมไว้ถ่ายภาพ และโซนนั่งห้องแอร์ จิบกาแฟสบาย ๆ ไว้บริการให้กับนักท่องเที่ยว
โดยทุเรียนจะเป็นทุเรียนทั้งในสวนและรับมาจากชาวสวน ทั้งในพื้นที่ชายแดน และจากสวนใกล้เคียง เนื่องจากผลผลิตทุเรียนยังไม่สามารถเก็บผลผลิตได้เต็มที่ และยังเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้กับเพื่อพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงก่อนหน้านี้