อุทาหรณ์ ฝ่าฝืนกฎจราจรจนเกิดอุบัติเหตุเอง สาววัย 42 ปี ขี่รถ จยย. รีบไปทำงาน แหกกฎขี่ช่องทางด่วน ชนกรวย-ป้ายเตือน จุดเกิดเหตุไฟไหม้รถใต้ทางด่วนบูรพาวิถี จนล้มคว่ำสลบ
วันนี้ (5 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.45 น. ที่ผ่านมา ขณะลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุรถบรรทุกสิบล้อบรรทุกแบตลิเธียม เกิดเพลิงไหม้จนเผาทางด่วนบูรพาวิถีและเกิดความเสียหาย บนถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) กม.40 ช่องทางด่วน ขาเข้า กทม. พื้นที่หมู่ที่ 6 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โดยเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา ทางแขวงทางหลวงฉะเชิงเทรา ได้ให้หมวดการทางบางปะกงมาตั้งป้ายไฟกะพริบ กรวยยาง แบร์ริเออร์ และป้ายเตือนมากั้นเลนกลาง เพื่อไม่ให้รถสัญจรผ่านใต้ทางด่วนบูรพาวิถีที่ถูกเพลิงไหม้เสียหาย เพราะเกรงเศษปูนจะร่วงลงมาใส่รถ โดยเปิดให้ใช้เลนขวากับเลนซ้าย
อย่างไรก็ตาม จังหวะที่ผู้สื่อข่าวยืนอยู่บนสะพานลอยเพื่อเก็บภาพรถที่ใช้เส้นทาง ปรากฏว่าได้มีคนขี่รถจักรยานยนต์สีม่วง-ดำ ทะเบียน ขจจ 957 ฉะเชิงเทรา มาในเลนกลางแล้วหลบกรวยที่ตั้งปิดการจราจรช่วงดังกล่าวไม่ทัน ก่อนจะชนจนเสียหลักล้มกลิ้งอยู่กลางถนนหมดสติไปชั่วขณะ ทางผู้สื่อข่าวและคนขับรถที่ตามหลังมาเร่งช่วยเหลือ ก่อนที่จะประสานกู้ชีพโรงพยาบาลบางปะกงมารับตัวไปรักษา ซึ่งผู้บาดเจ็บเป็นปู้หญิง อายุ 42 ปี รีบขี่รถไปทำงาน
ทั้งนี้ในจุดเกิดเหตุดังกล่าว โดยเฉพาะในช่องทางด่วน ทางตำรวจ สภ.บางปะกง อธิบายว่า ปกติตามกฎหมายจราจร พ.ร.บ.จราจรทางบก ไม่อนุญาต หรือห้าม ไม่ให้รถจักรยานยนต์เข้าไปใช้เส้นทางดังกล่าว ให้ใช้ทางคู่ขนาน แต่คนก็ยังฝ่าฝืนขี่เข้าไป เว้นแต่จะมีการเบี่ยงการจราจรเนื่องจากมีการก่อสร้างของช่องทางคู่ขนาน ก็จะเบี่ยงการจราจรไปใช้ในช่องทางด่วน ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็มักจะฝ่าฝืน ถ้าไม่เกิดเหตุก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะไปฟ้องละเมิดเรียกร้องค่าเสียหายไม่ได้ หรืออาจจะยาก เพราะผู้ประสบอุบัติเหตุทำผิดกฎหมายจราจร เช่นกรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ที่ผู้ประสบเหตุฝ่าฝืนเข้าไปขี่รถ จยย. ในช่องทางด่วน แล้วไปชนกรวยที่ตั้งปิดการจราจรไว้จนเสียหลักล้มได้รับบาดเจ็บดังกล่าว จึงฝากเป็นอุทาหรณ์ เตือนขับขี่รถให้เคารพกฎจราจร ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับตัวเองและผู้อื่น