นาทีรถ จยย.ชน กรวย-ป้าย เตือนห้ามผ่านจุดเพลิงไหม้

View icon 13
วันที่ 5 พ.ค. 2569 | 16.11 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ตามต่อกรณีอุบัติเหตุรถบรรทุก แบตเตอรี่-ลิเทียม เพลิงไหม้ เปลวพวยพุ่งเลยขึ้นไปถึงทางด่วนบูรพาวิถี ส่งผลกระทบต่อการจราจร บริเวณถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) กิโลเมตรที่ 40 ขาเข้ากรุงเทพฯ วันนี้เข้าสู่วันที่ 3

เมื่อช่วงเช้า เจ้าหน้าที่กลับมาเปิดให้สัญจรได้เฉพาะเลนขวา กับเลนซ้าย ส่วนเลนกลาง ยังปิดห้ามสัญจร แต่ไม่วายเกิดอุบัติเหตุ มีรถจักรยานยนต์ ขี่ชน กรวย และป้าย ที่เจ้าหน้าที่นำมาตั้งแจ้งเตือน ไม่ให้รถผ่านจุดเกิดเพลิงไหม้

คลิปภาพที่ผู้สื่อข่าวช่อง 7HD ถ่ายไว้ได้ เมื่อช่วงเช้า เวลา 07.45 น. ที่ผ่านมา ขณะลงพื้นที่ไปสำรวจจุดเกิดเหตุ รถบรรทุกขนแบตเตอรี่-ลิเทียม เกิดเพลิงไหม้ บนถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 40 ขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

เหตุการณ์ที่ขึ้นในคลิป เนื่องจากช่วงเช้าของวันนี้ เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงบางปะกง ปรับแผนการจราจร นำป้ายเตือน ไฟกระพริบ กรวยยาง และนำบาริเออร์ มากั้นเฉพาะเลนกลาง จากทั้งหมด 3 เลน เพื่อไม่ให้รถแล่น ผ่านจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ เนื่องจาก เกรงว่าอาจมีเศษปูนหลุดร่วงลงมาใส่รถจะเป็นอันตรายกับผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเปิดให้รถสัญจร ผ่านได้ในเลนขวา กับเลนซ้าย

แต่คาดว่า คนขี่อาจไม่ทันมอง เลยพุ่งชนเข้าไปเต็ม ๆ รถจักรยานยนต์ล้ม ส่วนคนขี่ ซึ่งทราบว่าเป็นผู้หญิง อายุ 42 ปี ตัวไถลครูดไปกับพื้นถนน ได้รับบาดเจ็บหมดสติทันที หลังเกิดเหตุผู้สื่อข่าวของเรา ลงไปตรวจสอบ ประสานกู้ชีพให้มาช่วยเหลือรับตัวหญิงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบางปะกง

ต่อมาช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงบางปะกง กลับมาปิดการจราจรใน 2 เลน ก็คือ เลนขวาสุด ที่ติดกับตอม่อทางด่วนบูรพาวิถี และเลนกลาง โดยให้รถสัญจรผ่านได้ 1 เลน ด้านซ้ายสุด เพื่อให้ ทีมงานวิศวกรของทางด่วนบูรพาวิถี นำเครนกระเช้า เข้าพื้นที่ เพื่อใช้ขึ้นไปตรวจสอบสภาพความเสียหาย บนสะพานฯ บริเวณที่โดนเปลวเพลิงจากรถบรรทุกแบตเตอรี่-ลิเทียม ทำให้ปูนหลุดร่อนออก เป็นวงกว้าง

ถ้านับการขึ้นไปตรวจสอบสภาพความเสียหายทางด่วนฯ นับเป็นครั้งที่ 2 แล้ว รอบนี้ ที่เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ กะเทาะ เอาเศษปูน ที่ร่อนออกด้วย เพื่อไม่ให้หลุดร่วงลงมาด้านล่าง ส่งผลกระทบกับผู้ใช้รถใช้ถนน

ทีมข่าวสอบถาม ทราบว่า ทีมงานวิศวกร ต้องนำข้อมูลที่ได้ในวันนี้ กลับไปพิเคราะห์ และหารือกับ ผู้เกี่ยวข้องอีกครั้งว่าสุดท้ายแล้วจะอยู่ในระยะปลอดภัย สามารถอนุญาตให้เส้นทาง ใต้ทางด่วนบูรพาวิถี สัญจรได้อย่างเต็มระบบทุกช่องจราจรได้ หรือไม่

หลังจากทีมงานวิศวกร ตรวจแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงบางปะกง กลับมาปิดช่องการจราจรเหมือนเมื่อช่วงเช้าอีกแล้ว เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน โดยปรับให้รถสัญจรได้เฉพาะเลนขวา กับเลนซ้าย ส่วน เลนกลาง ยังปิดห้ามสัญจร

ส่วนความกังวลเรื่องผลกระทบต่อสภาพดิน และน้ำที่ใช้ดับเพลิง จะชะล้างสารอันตรายที่ปนเปื้อนมากับ แบตฯ ลิเทียม ไหลลงสะสมในดิน และแหล่งน้ำทั้งบริเวณจุดเกิดเหตุ และใกล้เคียง วันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงเก็บตัวอย่าง น้ำ  และดิน รวมทั้งเศษแบตฯ ลิเทียม ที่เหลือในที่เกิดเหตุ เพื่อนำตัวอย่างไปวิเคราะห์ นอกจากนี้ ยังกักพื้นที่ ทั้งน้ำ และดิน ไม่ให้ไหลลงแหล่งน้ำสาธารณะ บริเวณใกล้เคียง ป้องกันการปนเปื้อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง