ข่าวเย็นประเด็นร้อน - คดีพบศพเด็กหญิงอายุ 12 ขวบ ในป่า ล่าสุดตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ เป็นน้าเขยของเด็ก แต่ญาติยังไม่เชื่อ ด้านตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน
จากคดีที่พบศพเด็กหญิงอายุ 12 ขวบ นอนหงายเสียชีวิต ท่อนร่างเปลือยเปล่า พบกางเกงวอร์มสีดำตกใกล้ ใบหน้าคล้ายถูกใช้รัดคอ ที่ป่าท้ายหมู่บ้าน บ้านบึงเค็ง ตำบลหนองทุ่ม อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ
ซึ่งแม่เด็กร้องไห้แทบขาดใจ บอกว่า เห็นลูกสาวตอน 21.00 น. (23 มิ.ย.) จนเช้าวันนี้ แม่ออกมาหาเห็ดในบริเวณป่าท้ายหมู่บ้าน ห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งปกติจะมาหาเห็ดทุกเช้า เห็นร่างคล้ายตุ๊กตานอนอยู่ ตกใจจึงรีบขี่รถหนี ไปบอกชาวบ้านให้มาดู ตกใจมากที่รู้ว่าเป็นลูกตัวเอง
ซึ่งผู้ต้องสงสัยงานนี้คือ นายเอิร์ท แฟนของนางสาวแคท น้าสาวของเด็กเป็นคนขับรถไปส่งเด็กที่หน้าโรงเรียนประมาณ 20.00 น.
ทำให้ นางสาวแคท ต้องออกมาบอกว่า เมื่อคืนหลานให้ไปส่งบ้านเพื่อน เธอกำลังเข้านอน จึงให้แฟนหนุ่มไปส่ง แฟนไปแป๊บเดียวก็กลับมานอน แฟนบอกว่าขากลับหลานจะให้เพื่อนมาส่ง มั่นใจแฟนไม่ทำร้ายหลานสาว เพราะรู้จักกันมาตั้งแต่เล็ก แต่ตอนนี้แฟนไม่อยู่ ไปช่วยเพื่อนเก็บขี้ยาง
แต่สุดท้าย ตำรวจ สภ.เซกา ลงพื้นที่สืบสวน จนสามารถนำตัวผู้ต้องสงสัย ที่เกี่ยวข้องกับผู้ตาย 4-5 คน เข้ามาสอบปากคำ หลังจากสอบสวนอย่างเข้มข้น มีหนึ่งในผู้ต้องสงสัย เป็นเยาวชนชาย อายุ 15 ปี ก็คือ นายเอิร์ท แฟนของน้าสาว
ซึ่งนายเอิร์ท รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ พร้อมบอกว่า ตัวเองจำไม่ได้ว่าทำอะไรลงไป เหมือนมีคนมาสั่งให้ทำ จำได้แค่ว่าพาน้องไปแล้วถอดเสื้อผ้าน้อง แต่ตนเองไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศ คนที่ทำเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ ซึ่งหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้
ขณะที่บรรยากาศที่บ้านของเด็กหญิงวัย 12 ขวบ ญาติและชาวบ้าน ได้จัดเตรียมสถานที่รอรับศพ กลับมาประกอบพิธีทางศาสนาภายในเย็นวันนี้ ท่ามกลางเสียงวิพากวิจารย์ วิเคราะห์ว่าใครคือผู้ก่อเหตุตัวจริง
ซึ่งตัวของนางสาวแคท ก็ไม่เชื่อว่านายเอิร์ทจะเป็นคนก่อเหตุ เพราะห้วงเวลาไม่สอดคล้องกัน กลัวเอิร์ธจะเป็นแพะรับบาป แต่ถ้าทำจริงคงจะทำคนเดียวไม่ได้
ซึ่งญาติของผู้เสียชีวิต บอกว่า ตอนแรกหลานสาวมาขอให้ตนเองไปส่ง แต่ตนเองกินข้าวอยู่ นายเอิร์ทจึงอาสาไปส่ง แต่นายเอิร์ทใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ก็กลับมา ก็ไม่มีท่าทีอะไร ไม่คิดว่านายเอิร์ธ จะเป็นผู้ก่อเหตุ
และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ บอกว่า ในคดีนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบพยานหลักฐาน โดยเฉพาะดีเอ็นเอของคนร้ายและผู้ต้องสงสัย ซึ่งตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหากับผู้ก่อเหตุ เพราะยังต้องสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ คาดว่าผู้ก่อเหตุมีมากกว่า 1 คน ซึ่งตำรวจทำงานทั้งสองทาง คือสืบสวนและสอบสวน ทั้งหมดนี้พิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย