ตรวจโรงงานปลากระป๋องไม่ตรงปก บริษัทยอมรับเป็นการทดลองผลิต บางรุ่นใช้ปลานิล เป็นวัตถุดิบ เบื้องต้นอายัด 1.2 หมื่นกระป๋องในโรงงาน สั่งเรียกคืน 9,500 กระป๋องจากท้องตลาด ประสานกรมประมง ตรวจยืนยันสายพันธุ์ปลาให้ชัดเจน
ปลากระป๋องไม่ตกปก วันนี้ (5 พ.ค.69) สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรวสาคร แจ้งว่า นายปฐวี เยาวลักษณ์ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น พร้อมด้วย นพ.ประกิจ สาระเทพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร นายชัยวัฒน์ วิเศษการ. ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร นายเผดิม รอดอินทร์. ประมงจังหวัดสมุทรสาคร,นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋องแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลกาหลง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร หลังมีผู้บริโภคร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าผลิตภัณฑ์อาจไม่ตรงตามฉลาก
เบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลการผลิต พบว่าในบางรุ่นมีการใช้ “ปลานิล” เป็นวัตถุดิบจริง ซึ่งเป็นการทดลองผลิต และมีการกระจายสินค้าออกสู่ท้องตลาด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบความไม่ถูกต้องของฉลาก เช่น การแสดงชื่อวัตถุปรุงแต่งอาหารเป็นภาษาอังกฤษว่า Monosodium Glutamate โดยไม่มีภาษาไทยกำกับ และรูปแบบฉลากไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข สถานที่ผลิตไม่ผ่านหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP)
ทั้งนี้ เมื่อพบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ปลาชนิดอื่น เจ้าหน้าที่จึงได้สั่งให้บริษัทเรียกคืนสินค้าทั้งหมดออกจากท้องตลาด จำนวน 9,500 กระป๋อง และดำเนินการอายัดผลิตภัณฑ์ 12,760 กระป๋อง พร้อมทั้งประสานกรมประมงเพื่อตรวจยืนยันสายพันธุ์ปลาที่ใช้ให้ชัดเจนอีกครั้ง
ทางด้านบริษัทผู้ผลิต ยอมรับว่า มีการใช้ปลานิลในบางรุ่นการผลิตจริง โดยระบุว่าเป็นการทดลองผลิต อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการเรียกคืนสินค้า
ทางด้าน อย. เน้นย้ำการเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นปลาชนิดอื่น แทนปลาแมคเคอเรล ตามที่ได้รับอนุญาต และแสดงฉลากให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า ปลากระป๋องนั้นผลิตจากปลาแมคเคอเรล แม้ว่าปลาที่นำมาผลิต จะเป็นปลาที่รับประทานได้อย่างปลอดภัย แต่ถือว่าเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค มีความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท และฐานแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท