เช้านี้ที่หมอชิต - ชัดเจนแล้ว รัฐบาลเดินหน้า กู้เงิน 4 แสนล้านบาท นายกฯ อนุทิน บอกการตัดสินใจครั้งนี้ เพราะสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างแรง ซึ่งไม่ใช่สถานการณ์ที่เป็นปกติและไม่ใช่สถานการณ์ที่เราจะรอได้
โดย พ.ร.ก.ฉบับนี้ เพื่อบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน และปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสมัยใหม่ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการพาประเทศผ่านวิกฤต และลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในอนาคต รัฐบาลจะทำทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนผ่านวิกฤตนี้
ขณะที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า การกู้ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการกู้มาก้อนเดียว แต่เป็นการทยอยกู้ เพราะมีความจำเป็นจริง ๆ เอฟเฟกต์ตะวันออกกลางส่งผลรุนแรงและรวดเร็ว ไม่เหมือนตอนเกิดโควิด19 ซึ่งต้องเร่งกู้ไม่ให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต
ส่วนโครงการไทยช่วยไทย พลัส หรือคนละครึ่ง พลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยืนยันว่ามีแน่ เป็นไปตามไทม์ไลน์เดิม คือเริ่ม 1 มิถุนายน คาดว่าได้รับสิทธิ 30 ล้านคน จะเปิดลงทะเบียนช่วงปลายเดือนพฤษภาคม พร้อมกับเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ทุกโครงการจะต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ที่จะประชุม 14 พฤษภาคมนี้ ดังนั้น วันอังคารหน้า (12 พ.ค.) โครงการเหล่านี้จะยังไม่เข้าที่ประชุม ครม.
ส่วนฝ่ายค้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน เป็นห่วงที่รัฐบาลออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน กลัวว่ามาตรการเยียวยาจะไม่พุ่งเป้าไปยังกลุ่มที่เดือดร้อนที่สุด สุ่มเสี่ยงตีเช็คเปล่า และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบโครงการพลังงาน แนะนำรัฐบาล ควรทำเป็น พ.ร.บ. เพื่อความโปร่งใส
ความเห็นประชาชนเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างชาวจังหวัดขอนแก่น อยากขอรัฐบาลทบทวนกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมหาศาลที่ประชาชนต้องแบกรับร่วมกัน นอกจากนี้ยังขอให้ทบทวนโครงการต่าง ๆ ที่จะนำเงินก้อนนี้มาใช้