เช้านี้ที่หมอชิต - ภรรยาเข่าทรุด สามีออกไปขับรถแท็กซี่หาเงิน ข้ามวันกลายเป็นศพในป่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คาดถูกลวงฆ่าชิงทรัพย์
ตำรวจ สภ.ช้างใหญ่ เข้าตรวจสอบศพนายประหยัด อายุ 65 ปี คนขับรถแท็กซี่ ชาวจังหวัดปทุมธานี หลังเสียชีวิตปริศนาในป่ากลางทุ่งนา ห่างจากถนนทางหลวงหมายเลข 9 สายบางปะอิน-บางบัวทอง ประมาณ 1 กิโลเมตร
ที่เกิดเหตุพบรถแท็กซี่ สีเขียว-เหลือง ป้ายดำ จอดอยู่ในสภาพเปิดประตูหน้าทั้ง 2 ฝั่ง ภายในรถพบร่องรอยต่อสู้ มีคราบเลือดติดอยู่ตามเบาะและประตูรถ ทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสาร
ในฝั่งคนขับ พบรองเท้าแตะตกอยู่ทีคันเร่ง 1 ข้าง อีกข้างตกอยู่ที่พื้นดิน พบไฟแช็กและหมวกแก๊ปของผู้เสียชีวิต ตกอยู่ใกล้กัน
ห่างไปประมาณ 5 เมตร พบศพนายประหยัด สวมเสื้อสีฟ้า สวมกางเกงวอร์มสีดำ นอนตะแคงจมกองเลือด มีแผลฉกรรจ์กว้างประมาณ 5 เซนติเมตร บริเวณหน้าผาก ในที่เกิดเหุพบมีขวดเบียร์ตกอยู่ 1 ขวด
จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่รกร้าง เคยเป็นบ่อทิ้งกากสุราเก่า ปัจจุบันไม่ได้ใช้งานอยู่ห่างไกลชุมชน ผู้ที่พบศพเป็นชาวบ้านที่เข้าไปหาปลา
ต่อมาตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าเก็บลายนิ้วมือแฝง และตรวจดีเอ็นเอ โดยเฉพาะที่รถแท็กซี่ ที่เต็มไปด้วยคราบเลือด พบเส้นผมปริศนาที่ฝั่งผู้โดยสารเป็นผมเส้นเล็ก และสั้น พร้อมได้ตรวจสอบศพก่อนส่งไปชันสูตร
ชาวบ้านในพื้นที่ ให้ข้อมูลว่าช่วง 3-4 ทุ่ม วันที่ 4 พฤษภาคม ชาวบ้านได้ออกมาหาปลาและหากบเนื่องจากช่วงเย็น และหัวค่ำมีฝนตกหนัก จนเย็นวันนี้ทราบข่าวว่ามีคนพบศพคนขับรถแท็กซี่ รู้สึกตกใจ จุดเกิดเหตุจะมีชาวบ้านเข้าไปทำนา และหาปลาเท่านั้นที่จะรู้เส้นทางเข้า-ออก
21.00 น. ภรรยาของผู้ตาย และลูกสาว เดินทางมายัง สภ.ช้างใหญ่ ด้วยอาการโศกเศร้า ภรรยาบอกกับนักข่าว ช่วงเช้าวันที่ 4 พฤษภาคม สามีได้พาเธอไปส่งที่ตลาด จากนั้นก็แยกย้าย ปกติสามีจะกลับบ้านช่วง 19.00 น. แต่วันนั้นไม่กลับ โทรหาก็ไม่ติดปิดเครื่อง
แต่ก่อนสามีขับรถแท็กซี่ พอผ่อนค่างวดหมด ก็เน้นรับลูกค้าประจำ ซึ่งจะมีการโทรเรียกให้ไปรับ-ส่ง และก็รับลูกค้าขาจรแต่เป็นส่วนน้อย
สามีจะมีเงินสดติดตัวเอาไว้ทอนลูกค้า มีโทรศัพท์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ มีบัตรประชาชน บัตรเอทีเอ็ม ไม่ทราบว่าจดรหัสเอาไว้ไหม ส่วนในแอปฯ ธนาคารก็มีเงินอยู่ประมาณ 10,000 บาท ไม่ทราบว่าโทรศัพท์ล็อกหน้าจอเอาไว้หรือไม่
ภรรยา เผยทั้งน้ำตา เห็นสภาพศพสามีแล้วรับไม่ได้ทำไมถึงโหดเหี้ยม ทำคนแกอายุมากได้ถึงขนาดนี้ อีกทั้งสามีไม่แข็งแรง มีโรคประจำตัวหลายโรค หากจับคนร้ายได้ ขอให้ได้รับโทษอย่างสาสม สามีเจ็บปวดแค่ไหนก็อยากให้คนร้ายได้รับโทษแบบนั้น
ระหว่างให้สัมภาษณ์อยู่ ๆ ภรรยาของผู้เสียชีวิต ก็เกิดอาการหายใจติดขัด หน้าเปลี่ยนสี และพูดไม่เป็นภาษา ลูกสาวจึงพาตัวไปพักผ่อน
ส่วนทางคดีตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะโดยสารไปกับผู้ตาย อาจจะมีการโต้เถียง-ขัดแย้ง นำไปสู่การทำร้ายร่างกายกันจนเสียชีวิต หรืออาจจะถูกลวงฆ่าชิงทรัพย์ ตำรวจจะแกะรอยภาพวงจรปิดตามเส้นทาง เพื่อหาเบาะแส ตามจับผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป