แม่ร้องขอความเป็นธรรมลูก ผกก.ขับชนลูกชาย จ.สงขลา

View icon 9
วันที่ 6 พ.ค. 2569 | 11.26 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - แม่ร้องขอความเป็นธรรม ลูกชายอายุ 15 ปี ถูกรถเก๋งซิ่งชนบาดเจ็บสาหัสต้องตัดขา หวั่นคดีไม่คืบ เพราะแม่มารู้ว่าคนขับรถคู่กรณี เป็นถึงลูกชายของตำรวจยศ ระดับรอง ผกก. แห่งหนึ่งในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี

กล้องวงจรปิด บันทึกภาพนาทีเกิดเหตุ รถเก๋งขับมาด้วยความเร็วพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ที่ลูกชายของผู้ร้องและเพื่อนอีก 4 คน นั่งมากันในรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง กำลังพากันตัดหญ้าเลี้ยงวัว ได้ถูกรถเก๋งพุ่งชนเสยด้านท้ายอย่างจัง ทำให้ตัวรถขาดออกสองท่อน

ส่วนเด็กชาย 5 คน กระเด็นตกรถจักรยานยนต์พ่วงข้างฟาดลงกับพื้น โดยมี 2 คน บาดเจ็บสาหัส นอนหมดสติอยู่กลางถนน และอีก 3 คน บาดเจ็บเล็กน้อย เหตุการณ์เกิดช่วงเย็นวันที่ 1 พฤษภาคม บนถนนลพบุรีราเมศวร์ ฝั่งขาเข้าเมืองหาดใหญ่ ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

หญิงอายุ 47 ปี แม่ของ 1 ในผู้ประสบเหตุ ก็คือแม่ของ น้องโดน อายุ 15 ปี เล่าว่า ลูกชายเรียนอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ โดยวันที่เกิดเหตุเป็นช่วงปิดเทอม ลูกชายกับเพื่อน ๆ ไปทำงานรับจ้างเลี้ยงวัวชน เพื่อช่วยแม่แบ่งเบาภาระค่าเทอม

ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ อาการลูกชาย ยังไม่ดีขึ้น ต้องตัดขาข้างขวา และยังนอนรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เช่นเดียวกับผู้บาดเจ็บอีกราย เป็นเพื่อนของลูกชาย อายุ 15 ปี เท่ากัน ได้รับบาดเจ็บขาขวาหัก ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองด้วย

ต่อมาเธอทราบว่า คนขับรถเก๋งคันที่ชน เป็นชายอายุ 24 ปี เป็นชาวอำเภอหาดใหญ่ และเป็นลูกชายของตำรวจนายหนึ่ง ยศระดับรอง ผกก. ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ก็ยิ่งกลัวว่า ลูกชาย และเพื่อนๆ ของลูกชายจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงนำหลักฐานคลิปวีดิโอบันทึกภาพช่วงเกิดเหตุมามอบให้ทีมข่าวช่อง 7HD ตีแผ่ความจริง

ทีมข่าวลงจุดเกิดเหตุ บริเวณหน้าอู่แห่งหนึ่ง ริมถนนลพบุรีราเมศ ได้พบกับ นายโยธิน ทรงเดช เจ้าของอู่ซ่อมรถเล่าว่า วันนั้นที่เกิดเหตุ ส่งผลให้รถยนต์ของลูกค้า 5 คัน ที่ซ่อมเสร็จแล้วรอลูกค้ามารับคืน ถูกรถเก๋งคันก่อเหตุเสียหลักมาชน ได้รับความเสียหายเช่นกัน โดยตนเองมองว่า คนขับรถเก๋งขับคันก่อเหตุ เร็วมาก คาดว่าความเร็วน่าจะอยู่ประมาณไม่ต่ำกว่า 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทีมข่าว ตรวจสอบ และติดต่อไปยัง รอง ผกก. คนดังกล่าว ชี้แจงว่า ตนเองกับหนุ่มคนขับรถเก๋ง ไม่ได้เป็นพ่อลูกกันตามที่แม่ของเด็กชายผู้บาดเจ็บ กล่าวอ้าง แต่ตนเองแค่รู้จักกับหนุ่มคนขับรถเก๋งเฉย ๆ โดยฝากแม่ของเด็กชายว่า ไม่ต้องกลัว จะเข้าไปยุ่งในเรื่องคดี และให้ตำรวจเจ้าของคดีดำเนินคดีไปตามกฎหมายปกติได้เลย เพราะไม่เข้าไปยุ่งแน่นอน และไม่รู้จะเข้าไปยุ่งทำไม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง