ทรัมป์สั่งระงับปฏิบัติการคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อ้าง ปากีสถานและชาติอื่น ๆ ร้องขอ ประกอบกับการเจรจาข้อตกลงกับอิหร่าน คืบหน้า
เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (5 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศระงับปฏิบัติการคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งใช้ชื่อว่า "ปฏิบัติการเสรีภาพ" (Project Freedom) เป็นเวลาสั้น ๆ เพื่อดูว่าสหรัฐฯ จะสามารถสรุปหรือลงนามข้อตกลงกับอิหร่านได้หรือไม่ หลังจากเพิ่งเริ่มปฏิบัติการดังกล่าวได้เพียงวันเดียว ผู้นำสหรัฐฯ อ้างว่าเนื่องจากปากีสถาน และชาติอื่น ๆ ร้องขอ ตลอดจน "ความสำเร็จทางทหารอย่างท่วมท้น" และความคืบหน้าเรื่องการเจรจากับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังสั่งให้มีการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไป
ด้านสื่อฯ ของรัฐบาลอิหร่านรายงานความเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่าเป็นชัยชนะของอิหร่าน โดยระบุว่าคำสั่งระงับปฏิบัติการครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าทรัมป์ยอม "ถอยทัพ" หลังจากล้มเหลวอย่างต่อเนื่องในการพยายามเปิดช่องแคบฮฮร์มุซ
ความเคลื่อนไหวของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจาก มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศว่า "ปฏิบัติการ เอปิก ฟิวรี" (Operation Epic Fury) ซึ่งเป็นปฏิบัติการหลักที่ร่วมกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ จบลงแล้ว หลังจากบรรลุเป้าหมายทางทหารที่ตั้งไว้แล้ว
หนึ่งในเป้าหมายหลักของทรัมป์คือการทำให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งอิหร่านปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม อิหร่านก็ไม่ได้ส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงปริมาณกว่า 400 กิโลกรัม ให้กับสหรัฐฯ
นอกจากนี้ รูบิโอเผยว่ามีพลเรือนอย่างน้อย 10 คน เสียชีวิตระหว่างติดค้างในช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ว่าจะจากสาเหตุ "อดตาย" หรือ "ถูกโดดเดี่ยว" โดยสหรัฐฯ จะเสนอมติเข้าสู่สหประชาชาติ เรียกร้องให้อิหร่านหยุดการโจมตีและวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเรียกร้องให้จีนและรัสเซียอย่าใช้สิทธิคัดค้าน หรือ "วีโต"