ทำเนียบขาว ของบกว่า 2.9 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในสงครามอิหร่าน

ทำเนียบขาว ของบกว่า 2.9 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในสงครามอิหร่าน

View icon 37
วันที่ 25 มิ.ย. 2569 | 18.03 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ทำเนียบขาว ยื่นของบประมาณกว่า 2.9 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในสงครามอิหร่าน ส่วนที่เหลือนำไปใช้รับมือกับการระบาดของ “อีโบลา” และสนับสนุนเกษตรกรอเมริกัน

วันนี้ (25 มิ.ย. 69) ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ยื่นของบประมาณ 8.76 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.9 ล้านล้านบาท) จากสภาคองเกรส เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสงครามอิหร่านและโครงการอื่น ๆ หลังจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านมติจำกัดอำนาจทำสงครามอิหร่านในวันก่อนหน้า ซึ่งเป็นการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ต่อการทำสงครามดังกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ทางสำนักงานการจัดการและงบประมาณประจำทำเนียบขาว ระบุว่า งบประมาณจำนวนนี้ที่ร้องขอจะตอบสนองความจำเป็นเร่งด่วนที่เกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหาร Epic Fury รวมถึงความจำเป็นสำคัญอื่น ๆ เช่น การรับมือกับการระบาดของ “อีโบลา” ในแอฟริกา และการสนับสนุนเกษตรกรอเมริกัน

โดยงบประมาณส่วนใหญ่หรือเกือบ 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท) จะจัดสรรให้กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดจากปฏิบัติการทางทหาร Epic Fury ทั้งด้านกำลังพลและความพร้อมสู้รบ การเติมคลังอาวุธยุทโธปกรณ์ โครงการลับ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ส่วนที่เหลือประมาณ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.6 แสนล้านบาท) จะจัดสรรให้เกษตรกรชาวอเมริกัน และอีก 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4.6 หมื่นล้านบาท) จะจัดสรรให้การรับมือกับการระบาดของเชื้อไวรัส “อีโบลา” ที่กำลังระบาดอยู่ในแอฟริกากลาง

นอกจากนี้ สำนักงานการจัดการและงบประมาณประจำทำเนียบขาว ยังของบประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท) เพื่อสนับสนุนโครงการบูรณะและก่อสร้างทั้งภายในและรอบกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และอีก 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท) เพื่อการปรับปรุงสถานีรถไฟเพนน์ในนครนิวยอร์ก

อย่างไรก็ดี บรรดาสมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต มีแนวโน้มคัดค้านการร้องของบประมาณดังกล่าวนี้ เนื่องจากมองว่าจะถูกใช้กับสงครามที่สาธารณชนไม่สนับสนุน

ก่อนหน้านี้ วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านมติจำกัดอำนาจทำสงครามอิหร่านเมื่อวันอังคาร (23 มิ.ย. 69) ซึ่งห้าม “โดนัลด์ ทรัมป์” ดำเนินปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านเพิ่มเติม โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส โดยถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบมาตรการดังกล่าวพร้อมกันนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์