ห้องข่าวภาคเที่ยง - เตือนกันไม่รู้จะเตือนอย่างไรแล้ว กับเมาแล้วขับ คนเมาไม่ควรขับรถ เพราะสุดท้ายเกิดอุบัติเหตุ แบบที่จังหวัดสุพรรณบุรี
อุบัติเหตุนี้เกิดขึ้นที่บริเวณสี่แยกโพธิ์พระยา ตำบลโพธิ์พระยา อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ช่วงหัวค่ำ วานนี้ (6 พ.ค.) รถเก๋งสีดำ ขับฟ่าไฟแดง พุ่งชนรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันอย่างแรง จนคนขี่ และรถกระเด็นไปคนละทิศละทาง เบื้องต้นคนขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ 2 คน กู้ภัยเร่งปฐมพยาบาล นำตัวส่งโรงพยาบาล
ด้าน นายพันธุ์วัชร์ อายุ 39 ปี คนขับรถเก๋ง บอกว่าขับมาคนเดียว จากบ้านที่อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง มุ่งหน้าจังหวัดกาญจนบุรี แต่พอมาถึงที่เกิดเหตุ ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ เหมือนรถชนอะไรสักอย่าง
ตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี จึงนำตัวผู้ก่อเหตุไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พบว่า สูงถึง 187 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงควบคุมตัวไว้ที่โรงพัก และเมื่อเช้านี้ รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่าเบื้องต้นได้สอบปากคำ นายพันธุ์วัชร์ คนขับรถเก๋งไว้ประกอบสำเนาคดีแล้ว โดย นายพันธุ์วัชร์ คนขับรถเก๋ง ให้การรับสารภาพว่าเมา จึงแจ้งข้อหา "เมาแล้วขับจนเกิดอุบัติเหตุมีคนเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย"
ส่วนคนผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล ถ้าอาการดีขึ้น พนักงานสอบสวน จะเข้าไปสอบปากคำ เพื่อดำเนินคดีกับคนขับรถเก๋งต่อไป
ขยับไปดูที่จังหวัดชัยภูมิ กล้องวงจรปิดสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชัยภูมิ บันทึกภาพรถเก๋งวิ่งมาช่องทางขวา พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง แถมลากไปกับถนน ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 คน บริเวณถนนสายชัยภูมิ-แก้งคร้อ พื้นที่จังหวัดชัยภูมิ เวลาประมาณ 01.55 น. ของวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ช่วงเช้าผู้สื่อข่าวไปสอบถาม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชัยภูมิ เล่าว่าขณะที่กำลังจะงีบหลับ ก็ได้ยินเสียงรถดังมาก เลยรีบวิ่งออกมาจากอาคาร ตอนแรกคิดว่าร่มตกจากรถบรรทุก แต่พอเห็นมีคนนอนหายใจรวยรินอยู่ที่ถนน 2 คน ก็เลยรีบแจ้งตำรวจและกู้ภัยมาที่เกิดเหตุ และรีบนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ก่อนทราบว่าเสียชีวิตทั้งคู่
ต่อมา ผู้สื่อข่าว ได้ข้อมูลจากหญิงคนขับรถเก๋ง บอกว่าก่อนเกิดเหตุทะเลาะกับแฟนที่สถานบันเทิงอย่างหนัก จึงขับรถหนีออกมา จู่ ๆ รถก็พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์พ่วงข้างอย่างแรงจนมีผู้บาดเจ็บ และเธอก็ได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน
ด้านคดีความ ตำรวจได้มีการให้แพทย์ตรวจเลือดของคนขับรถเก๋งแล้ว เพื่อหาค่าแอลกอฮอล์ในเลือด ตอนนี้อยู่ระหว่างรอผลเลือด และจากการตรวจสอบรถเก๋ง ทะเบียนก็ไม่ใช่ของหญิงคนขับรถ และหญิงคนดังกล่าวไม่มีใบขับขี่ ตอนนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรอให้อาการดีขึ้น เพื่อจะสอบปากคำ ดำเนินคดีตามกฎหมายกับคนขับรถเก๋งต่อไป