ห้องข่าวภาคเที่ยง - การลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ กำลังส่งผลกระทบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยอย่างหนัก และ เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน แต่กลับไม่มีวิธีแก้ไขได้ตรงจุด ล่าสุด ผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่สะสางปัญหานี้แล้ว ติดตามจากคุณอรรถพล ดวงจินดา ในคอลัมน์หมายเลข 7
กองถุงบิ๊กแบก กว่า 10 ถุงที่เห็น เป็นของกลางที่ถูกอายัดไว้ ในโรงงานอุตสาหกรรมในเขตปลอดอากร ในพื้นที่อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ภายใต้การควบคุมกฎหมายศุลกากร เป็น 2 ใน 9 พื้นที่ ที่ถูก “ทีมสุดซอย” ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจของกระทรวงอุตสาหกรรม สุ่มตรวจสอบเมื่อปี 2567-2568 ก่อนอายัด “แกรไฟท์“ เป็นโลหะที่นำไฟฟ้าได้ วัตถุดิบสำคัญ ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และยุทโธปกรณ์
นี่ยังไม่นับรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ อีกกว่า 10 ถุง ที่เอกชนอ้างว่านำเข้ามาเป็นชิ้นส่วนอุตสาหกรรม มาคัดแยก แล้วปะปนกับชิ้นส่วนกากอุตสาหกรรม โดยไม่รู้วัตถุภายในถุง ทำให้โรงงานต้องจัดเก็บของกลางไว้ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด
นี่เป็นของกลางที่ถูกอายัดไว้ ห้ามเคลื่อนย้าย ระหว่างการดำเนินคดี ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำลังรวบรวมหลักฐาน แจ้งความส่งฟ้องเป็นคดีอาญา อีกทั้งเป็นลักษณะการปนเปื้อนขยะอิเล็กทรอนิกส์
ทำให้ปัญหานี้เจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่เองมองว่า ปัจจุบันต้องแก้กันถึงโครงสร้างทั้งระบบ เพราะเป็นพื้นที่ปลายทางของปัญหา
นี่เป็นเพียงปลายปัญหา “ขยะพิษ” ลักลอบเข้าประเทศไทย เพราะก่อนหน้านี้ ทีมสุดซอยได้รับร้องเรียนการแจ้งเตือนจากเครือข่ายปฏิบัติการบาเซล ว่ามีการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะพลาสติกข้ามชาติ จากประเทศสหรัฐอเมริกา เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ในเดือนเมษายน - กันยายน พ.ศ. 2568 รวม 7 ครั้ง มากถึง 435 ตู้
กลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ เพราะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งกรมศุลกากร กรมควบคุมมลพิษ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งที่ต้องควบคุมกำกับดูแลในเรื่องนี้ จึงต้องขอความอนุเคราะห์ถึงผู้ตรวจการแผ่นดินช่วยติดตามผลดำเนินการในเรื่องนี้
ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยังเข้าแสวงหาข้อเท็จจริง เปรียบเทียบตัวอย่าง โรงงานธุรกิจผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ขนาดเล็ก-ใหญ่ เป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นมาตรฐาน เทียบเคียงความถูกต้อง ถึงกระบวนการผลิต การกำจัดของเสีย และนำเข้าวัตถุดิบชิ้นส่วนในการผลิตทั้งในและต่างประเทศ นำข้อมูลทุกมิติไปประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหา เพื่ออุดช่องโหว่ สางปัญหาใหญ่ การลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าประเทศ
หลังจากที่หน่วยงานไม่ตรวจสอบดำเนินการตามกฎหมายกับผู้นำเข้าตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด และยังพบปัญหาผู้ประกอบการในเขตปลอดอากรหลายแห่ง ประกอบกิจการ คัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่สามารถสำแดงแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ มีการตั้งโรงงานเถื่อน และจัดการมลพิษไม่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบในกระบวนการ การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่อาจมีช่องโหว่ เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มขบวนการนี้
แม้บางส่วน จะอ้างว่าเป็น “วัตถุดิบรีไซเคิล” แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่าเป็นขยะปะปนสารพิษ ทั้งตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม ส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างหนัก จนหลายฝ่ายตั้งคำถามว่าประเทศไทยกำลังกลายเป็น “ถังขยะโลก” ที่หลายพื้นที่ กำลังกระจาย ปนเปื้อน ลงสู่ดิน น้ำ และอากาศ จึงต้องเร่งแก้ไขทั้งระบบ
#คอลัมน์หมายเลข7 #ต้านทุจริตตามติดกลโกง #ขยะอิเล็กทรอนิกส์