วันนี้ (7 พ.ค. 69) นายทิพยรัตน์ ทัยศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สาขาปัตตานี เปิดเผยถึง สถานการณ์ไฟป่าใน จ.นราธิวาส หลังรับรายงานจาก War Room ศูนย์สั่งการพื้นที่เกิดเหตุเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (ขสป.) เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พบจุดความร้อน (Hotspot) พุ่งสูงถึง 5 จุดในช่วงบ่าย กระจายตัวในพื้นที่ อ.ตากใบ และ อ.สุไหงปาดี
ในพื้นที่บ้านยูโย ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ เจ้าหน้าที่ ขสป.เฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการไฟป่านราธิวาส และฝ่ายปกครอง ต้องทำงานอย่างหนักหลังไฟที่เคยสงบกลับปะทุขึ้นมาใหม่
เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งจัดและชั้นดินพรุที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้สถานการณ์ล่าสุดยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่ยังคงปักหลักสกัดกั้นไม่ให้ลุกลามเข้าสู่เขตป่าสมบูรณ์
ทางด้าน อ.สุไหงปาดี บริเวณบ้านท่าและบ้านป่าหวาย สถานการณ์น่าเป็นห่วง เนื่องจากกระแสลมกระโชกแรง ส่งผลให้ไฟขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว โดยมีการยกระดับการทำงาน โดยนำเครื่องสูบน้ำแรงดันสูงเข้าพื้นที่เพื่อเร่งส่งน้ำเข้าสู่จุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งประสานขอกำลังเสริมจากสถานีควบคุมไฟป่าปัตตานีและยะลา เตรียมเคลื่อนพลเข้าสมทบในวันพรุ่งนี้ เพื่อเผด็จศึกไฟป่าในจุดนี้ให้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่บ้านโคกอิฐและโคกเบียด ต.พร่อน อ.ตากใบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ขสป.เฉลิมพระเกียรติฯ และสถานีไฟป่าพรุโต๊ะแดง เริ่มควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว โดยในคืนนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งระดมทำแนวกันไฟ เพื่อป้องกันการลุกลามข้ามเขต และตั้งเป้าจะปิดภารกิจในจุดนี้ให้เสร็จสิ้นก่อนรุ่งเช้า
การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการขานรับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่เน้นย้ำเรื่องการบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วน และการเข้าถึงจุดเกิดเหตุให้รวดเร็วที่สุดเพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าพรุ ซึ่งถือเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติ
โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานแข่งกับเวลาและสภาพอากาศที่ร้อนจัด เพื่อเร่งดับไฟป่าจนมั่นใจว่าผืนป่าเฉลิมพระเกียรติฯ จะกลับมาปลอดภัยอีกครั้ง