ฝากลูกไปเลี้ยง เจอพี่เลี้ยงสลับลูกขาย

View icon 110
วันที่ 7 พ.ค. 2569 | 16.27 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - คนเป็นแม่แทบใจสลาย เดินทางจาก จังหวัดมุกดาหาร เข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี วอนช่วยตามหาลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเอง หลังถูกพี่เลี้ยงเด็กจับสลับตัวช่วงที่เอาไปฝากเลี้ยง จนมารู้ความจริงว่าถูกส่งต่อให้หญิงชาวเมียนมา ไปแล้วไม่รู้ตอนนี้ชะตากรรมของลูกสาวเป็นอย่างไร

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ พมจ. ชลบุรีพาผู้เสียหายเข้าติดตามความคืบหน้าทางคดีที่ สภ.บางละมุง

เรื่องจริงยิ่งกว่าในละคร เกิดขึ้นเมื่อปี 2568 พี่เลี้ยงเด็กตัวแสบ ถูกจับกุมไปแล้ว ในข้อหา "พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อหาผลกำไร"

นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ผู้เป็นแม่ เล่าย้อนให้ฟังว่า ช่วงปี 2565 เธอได้ทะเลาะกับสามีจนเลิกรากันไป และเผลอตั้งครรภ์แบบไม่พร้อม ด้วยความที่ไม่อยากให้ที่บ้านรับรู้ เธอจึงไปปรึกษาเพื่อนว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งเพื่อนได้แนะนำให้รู้จักกับนางสาวส้ม (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นคนรักเด็ก หากเธอคลอดลูกออกมา ก็จะรับดูแลให้ จึงตัดสินใจย้ายไปอยู่กับนางสาวส้ม ที่ห้องพักในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

กระทั่งวันที่ 6 ตุลาคม 2565 หลังเธอคลอดลูกสาวออกมาแล้ว จึงได้ฝากนางสาวส้มเลี้ยงลูก ตกลงกันที่เดือนละ 8,000 บาท ส่วนเธอก็ไปทำงานรับจ้างก่อสร้าง และอาศัยอยู่ตามไซต์งาน

ระหว่างนั้น นางสาวส้ม ได้มาบอกกับเธอว่ามีสามีภรรยาคู่หนึ่งอยากได้เด็กไปเลี้ยงเป็นลูก โดยมีการเสนอเงินผูกข้อมือให้จำนวน 20,000 บาท ซึ่งเธอก็ได้ปฏิเสธไป แต่ก็ยังคงฝากนางสาวส้มรับเลี้ยงลูกต่อ ไม่ได้สนใจข้อเสนอดังกล่าว และคอยแวะเวียนไปเยี่ยมลูกนาน ๆ ครั้ง

จนเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 นางสาวส้มได้นำลูกสาวมาคืน อ้างว่าจะออกไปทำธุระ ซึ่งเธอยอมรับว่าตอนนั้นเด็กยังอายุได้เพียง 5 เดือน ทำให้ยังดูไม่ออกถึงการเปลี่ยนแปลง แต่ผ่านไปหลายวัน นางสาวส้ม กลับเงียบหายไป ไม่มารับลูกสาวไปเลี้ยงตามเคย เธอตัดสินใจนำเด็กไปฝากเลี้ยงไว้กับแม่ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และกลับมาทำงานต่อที่ จังหวัดชลบุรี

ผ่านไป 2 เดือน เธอได้กลับไปเยี่ยมลูกที่บ้าน แต่กลับต้องตกใจ เพราะสังเกตเห็นลูกสาวมีใบหน้าผิดเพี้ยนไปจากเดิม ผิวเข้มขึ้นและโครงหน้าใหญ่ผิดปกติ เหมือนไม่ใช่ลูกตัวเอง ซึ่งเธออยากนำเด็กไปตรวจดีเอ็นเอ แต่แม่ได้ห้ามไว้และบอกว่า "จะลูกใครก็เลี้ยงไปเถอะ"

กระทั่งเด็กอายุได้ 1 ขวบ 6 เดือน มีหญิงปริศนาส่งข้อความมาถามในเฟซบุ๊คว่า ตอนนี้ลูกสาวของเธอเป็นอย่างไรบ้าง อยากเห็นหน้าลูก ให้ถ่ายส่งไปให้ดูได้หรือไม่ เธอยอมรับว่าตอนนั้นรู้สึกช็อก จนทำอะไรไม่ถูก ก่อนมารู้ความจริงภายหลังว่า นางสาวส้ม นำชื่อเธอไปอ้างกับหญิงคนดังกล่าวว่า สนใจอยากรับไปเลี้ยงดูพร้อมเสนอเงินให้จำนวน 10,000 บาท ก่อนจับเด็ก 2 คนมาสวมรอยสลับตัวกัน

เมื่อรู้แบบนั้น จึงตัดสินใจไปแจ้งความที่ สภ.บางละมุง และตรวจดีเอ็นเอกับเด็กที่เลี้ยง ปรากฏว่าดีเอ็นเอไม่มีความเกี่ยวข้องการเป็นแม่ลูกกันเลยแม้แต่น้อย

จากนั้นไม่นานตำรวจตามแกะรอยจนสามารถตามจับตัว นางสาวส้ม ได้ในที่สุด ซึ่งปัจจุบัน นางสาวส้ม ถูกนำตัวไปรับโทษที่อยู่เรือนจำในข้อหา "พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อหาผลกำไร" ส่วนตัวเธอยังคงตามหาเบาะแสลูกสาวแท้ ๆ อยู่ตลอด 2 ปี แต่ก็ยังไร้ร่องรอย ไม่รู้ชะตากรรมว่าตอนนี้ลูกเป็นตายร้ายดีอย่างไร

ก่อนหน้านี้ ตำรวจ สภ.บางละมุง เคยได้ไปสอบปากคำกับผู้ก่อเหตุมาแล้ว ซึ่งจากคำให้การของ นางสาวส้ม อ้างว่า วันเกิดเหตุนางสาวส้มออกไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลโดยฝากเด็กไว้กับ นางสาวหวาน ชาวเมียนมา แต่หลังกลับมาแล้ว ปรากฏนางสาวหวาน หายตัวไปพร้อมกับเด็ก

ซึ่งผู้ก่อเหตุได้พยายามไปหาตัวเด็กและนางสาวหวานแล้ว นานร่วมเดือนแต่ไม่พบ จึงได้มีการสลับตัวกับเด็กอีกคน เพื่อนำส่งคืนให้กับผู้เสียหาย

เบื้องต้น สามารถติดต่อกับแม่แท้ ๆ อีกคนได้แล้ว จะเรียกตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนเด็กที่หายไปนั้น ตำรวจจะเร่งแกะรอยให้เร็วที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง