สนามข่าว 7 สี - ก่อนจะผลัดกันโต้กันไปโต้กันมามากไปกว่านี้ "โทน บางแค" ตัดสินใจขอพูดถึงคดีของตัวเอง ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อวานนี้เป็นครั้งสุดท้าย ย้ำไม่มีเจตนาฉ้อโกง
"โทน บางแค" หลังจากได้ฟังการแถลงข่าวของ นางสาวดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ "มาดามเก่ง" เจ้าหนี้คู่กรณี และ บิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ทำให้เจ้าตัวเชื่อว่าน่าจะถูกแจ้งความดำเนินคดี หลังมีกระแสข่าวลือว่าถูกออกหมายจับกรณีพัวพันคดีฉ้อโกง "มาดามเก่ง"
ทำให้เมื่อวานนี้ "โทน บางแค" จึงเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ก่อนจะกลับออกมาแจ้งสื่อมวลชนที่รอทำข่าวว่า ตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาใด ๆ เพราะยังทำคดีไม่เสร็จสิ้น
จากนั้น "โทน บางแค" แจงกับสื่อมวลชนอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยบอกว่า นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่มีการแถลงใหญ่แบบนี้ จากนั้นก็เริ่มเคลียร์ทีละปม สรุปได้ว่า ตัวเองมีหนี้สินกับ "มาดามเก่ง" จริง ซึ่งยอดหนี้เริ่มต้นอยู่ประมาณ 800 ล้านบาท
ปัจจุบันชำระแล้วเหลือหนี้ประมาณ 300 ล้านบาทเศษ พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมา ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญามาโดยตลอด แม้อาจผ่อนชำระล่าช้าบางงวด แต่ยอมรับว่าช่วงดังกล่าวมีเช็คเด้งจริงแต่เคลียร์กันจบแล้ว ขณะนี้ชำระล่วงหน้าจนถึงปี 2570 แล้ว ทั้งที่สัญญามีผลถึงปี 2573
ส่วนเหตุที่มีการประสานกับ "บิ๊กเต่า" ไม่ใช่เรื่องปัญหน้าหนี้สินของตนกับ "มาดามเก่ง" แต่ได้ข่าวมาว่า กำลังจะมีการดำเนินคดีกับเซียนพระหลายคน กรณีพัวพันคดีฉ้อโกง "มาดามเก่ง" เลยขอให้ "ป๋อง สุพรรณ" ช่วยติดต่อ "บิ๊กเต่า" แต่ก็เงียบหายไป
กระทั่งวันที่ 17 เมษายน ได้รับการติดต่อจากบิ๊กเต่ากลับมาว่าจะให้เข้าพบเป็นการส่วนตัว ซึ่งตนเข้าใจว่าเป็นเรื่องคดีร่วมกันฉ้อโกง ไม่คิดว่าวันนั้นจะกลายเป็นการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้สินกับ "มาดามเก่ง" สุดท้ายก็คุยกันไม่ลงตัว
พร้อมกันนี้ ยังยืนยันว่า ตัวเองมีแค่หนี้โดยตรงกับ "มาดามเก่ง" เพราะอีกฝ่ายเป็นนายทุนของตน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเซียนพระคนไหน ๆ รวมถึง 9 เซียนพระที่เป็นข่าวคดีร่วมกันฉ้อโกง "มาดามเก่ง" ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ "โทน บางแค" ยังบอกว่าตัวเองยังได้ยื่นหนังสือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้เปลี่ยนชุดทำคดี เพราะมองว่า ตำรวจสอบสวนกลาง ตอนนี้กลายเป็นคู่กรณีของตัวเองแล้ว หากมีการดำเนินคดีกันต่อไป ก็เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
ทีมข่าวมีโอกาสสอบถามเรื่องนี้กับ "บิ๊กเต่า" ที่มาเล่าเรื่องนี้ในรายการ "ศจี ตีคดี" ยืนยันว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 เมษายน ตนไม่ได้เรียกอีกฝ่ายมาเจรจาเรื่องหนี้ แต่เพราะเห็นว่า "มาดามเก่ง" มาหารือ จึงเสนอให้ทั้ง 2 คน พูดคุยกัน โดยได้ถามความสมัครใจก่อนแล้ว และตนไม่ใช่คนกลาง
ขณะที่ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยอมรับว่า คดีของ "มาดามเก่ง" ถูกเหล่าเซียนพระหลายคนร่วมกันฉ้อโกง ตนทราบเรื่องตั้งแต่ยังเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแล้ว ก็เร่งรัดทำคดีนี้มาโดยตลอด แต่ที่คดีนี้ยังไม่จบ เพราะอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน
ส่วนกรณีของ "โทน บางแค" เหตุที่ยังไม่ถูกแจ้งความ ตรงนี้ตำรวจมีขั้นตอนในการดำเนินการอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นคดีใหญ่ เมื่อเรารับแจ้ง เราต้องสืบสวนเบื้องต้นก่อนว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหา
ส่วนการที่ทั้ง 3 ฝ่ายมาคุยกันที่ บช.ก. โดยมี บิ๊กเต่า เป็นคนกลาง เหมาะสมหรือไม่ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่า ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายพูดไม่เหมือนกัน ทั้งหมดก็ต้องให้ความเป็นธรรม
ส่วนการที่ "โทน บางแค" ไปร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเข้าแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน ข้อหา 157 ก็ต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการส่งให้ ป.ป.ช. ดำเนินการ อีกทั้งตอนนี้ยังรอความชัดเจนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าจะมีการสั่งการอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย