รวบสองสิงห์รถบรรทุกเหล็กเส้นบังหน้า ขนยาบ้าเกือบ 300,000 เม็ด ซิ่งหนีระทึกก่อนจนมุม

รวบสองสิงห์รถบรรทุกเหล็กเส้นบังหน้า ขนยาบ้าเกือบ 300,000 เม็ด ซิ่งหนีระทึกก่อนจนมุม

View icon 107
วันที่ 8 พ.ค. 2569 | 14.15 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (8 พ.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุมตัว  นายปฐวี อายุ 31 ปี , นายอติชาติ อายุ 31 ปี

โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน นายปฐวี ผู้ถูกจับที่ 1 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ในประการที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป , เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นผู้ประจำรถเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยฝ่าฝืนกฎหมาย”

นายอติชาติ ผู้ถูกจับที่ 2 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ในประการที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ ( เมทแอมเฟตามีน ) โดยไม่ได้รับอนุญาต”

พร้อมตรวจยึดของกลางและตรวจยึดรถต้องสงสัย

1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) ชนิดเม็ดสีส้ม ด้านหนึ่งประทับอักษร WY แพ็ค ละ 1 มัด ที่มัดประทับตัวเลข 999 จำนวน 17 มัด ( มัดละ 2,000 เม็ด ) รวม 34,000 เม็ด    

2. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ชนิดเม็ดสีส้ม ด้านหนึ่งประทับอักษร WY แพ็ค ละ 2 มัด ที่มัดประทับตัวเลข 999 จำนวน 32 มัด ( มัดละ 2,000 เม็ด ) รวม 64,000 เม็ด    

3. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) ชนิดเม็ดสีชมพู ด้านหนึ่งประทับอักษร WY แพ็ค ละ 1 มัด ที่มัดประทับตัว A จำนวน 98 มัด ( มัดละ 2,000 เม็ด ) รวม 169,000 เม็ด    

4. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ด้านหนึ่งประทับอักษร WY ชนิดเม็ดสีส้ม จำนวน 1 เม็ด ,ชนิดเม็ดสีชมพู จำนวน 3 เม็ด , ชนิดเม็ดสีเขียว จำนวน 1 เม็ด รวม 5 เม็ด

5. โทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่อง

6. รถบรรทุกพ่วง ยี่ห้อ อีซูซุ จำนวน 1 คัน             

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนน ทล.41 (เอเชีย) กม.159 ม.5 ต.หัวเตย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ (8 พ.ค. 69) เวลาประมาณ 16.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง นำรถวิทยุตรวจการณ์ออกสกัดกั้นรถบรรทุกพ่วง หลังได้รับแจ้งเบาะแสการลักลอบขนยาเสพติด มุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้

โดยเจ้าหน้าที่พบรถเป้าหมายบริเวณ ทล.41 กม.156 หน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คลองไทร อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี จึงส่งสัญญาณให้หยุดตรวจ แต่คนขับกลับเหยียบคันเร่งหลบหนี เจ้าหน้าที่ต้องขับไล่ล่ากดดันอย่างกระชั้นชิด

จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถบังคับให้รถบรรทุกจอดสนิทได้ที่บริเวณ ทล.41 กม.159+300 ต.หัวเตย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

ภายหลังคุมตัวนายปฐวี และนายอติชาติ ไว้ได้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นภายในรถอย่างละเอียดจนพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่าง ๆ ภายในห้องโดยสาร

โดยจุดแรกพบยาบ้าเม็ดสีชมพูประทับอักษร A จำนวน 196,000 เม็ด ซ่อนในกระเป๋าเดินทางใต้ที่นอนปิกนิก จุดที่สองยังพบยาบ้าเม็ดสีส้มตรา 999 อีก 98,000 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกใต้ผ้าห่ม และบางส่วนถูกแยกซุกซ่อนในกล่องสแตนเลสใต้แผงประตู รวมของกลางที่ยึดได้ทั้งสิ้น 294,005 เม็ด

โดยในระหว่างการตรวจค้น ผู้ต้องหาทั้งสองพยายามวิ่งหลบหนีสุดชีวิต แต่ถูกเจ้าหน้าตำรวจ ตชด. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภ.8 ที่เข้าสนับสนุนการจับกุมและสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ทัน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างจากเครือข่ายยาเสพติดย่านบางบอน กรุงเทพฯ ให้นำยาบ้าทั้งหมดไปส่งที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยใช้การบรรทุกเหล็กเส้นบังหน้าเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ และได้รับเงินค่าจ้างโอนล่วงหน้ามาแล้ว 26,000 บาท

นอกจากนี้ทั้งคู่ยังยอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้ามาในระหว่างทางก่อนจะถูกจับกุม เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันครอบครองยาเสพติดเพื่อการค้า, เสพยาเสพติด และเป็นผู้ประจำรถเสพยาเสพติด ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองปราบปราม (กก.5 บก.ป.) เพื่อดำเนินการขยายผลทลายเครือข่ายผู้บงการรายใหญ่ต่อไป

จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพโดยสมัครใจว่ารับจ้างขนลำเลียงยาเสพติดจากเครือข่ายในพื้นที่ย่านบางบอน กรุงเทพฯ เพื่อนำไปส่งมอบให้แก่เอเย่นต์ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช

โดยวิธีการอำพรางใช้รถบรรทุกพ่วงขนส่งเหล็กเส้นเป็นสินค้าบังหน้า เพื่อตบตาการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจได้รับเงินค่าจ้างงวดแรกด้วยการโอนเข้าบัญชีล่วงหน้าจำนวน 26,000 บาท และยอมรับว่ามีการเสพยาเสพติดในระหว่างการเดินทางก่อนหน้าจะถูกเจ้าหน้าที่เข้าสกัดจับกุม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง