กระทรวงดีอี เตือนข่าวบิดเบือน ปมเขมรเคลม "ขนมจีน"

กระทรวงดีอี เตือนข่าวบิดเบือน ปมเขมรเคลม "ขนมจีน"

View icon 16
วันที่ 8 พ.ค. 2569 | 16.20 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ดีอี เตือนข่าวบิดเบือน “กัมพูชาแจ้งขนมจีนเป็นอาหารพื้นเมืองเขมรโบราณ” หวั่น ปปช. เข้าใจ-สับสน

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,423 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,201 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,198 ข้อความ และช่องทาง Line Official 3 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 25 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 14 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่องได้แก่

อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชาแจ้งขนมจีนเป็นอาหารพื้นเมืองเขมรโบราณ
อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง กระทรวงวัฒนธรรม รับมอบโบราณวัตถุอายุ 3,000 ปี จากแหล่งโบราณคดีกุดฉิม
อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. ให้กู้สินเชื่อออนไลน์ ผ่านบัญชี TikTok ชื่อ good.bye3514
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ฟันผุเกิดจากแมงมากินฟัน รักษาได้ด้วยวิธีรมควัน
อันดับที่ 5 ข่าวปลอม รับตัวแทนพับถุงกาแฟทำที่บ้าน ผ่านเพจเฟซบุ๊ก JobStation TH
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง รับทำใบขับขี่ทุกประเภท ผ่านเพจ Learn to drive ครูทิวร์ โปร่งใส ตรวจสอบได้
อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง มีการลักลอบซื้อทุเรียนไทย ไปขายในกัมพูชา วันละ 1 ตัน

สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวบิดเบือน เรื่อง “กัมพูชาแจ้งขนมจีนเป็นอาหารพื้นเมืองเขมรโบราณ” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันว่าเป็น “ข่าวบิดเบือน” โดยการอ้างว่าอาหารดังกล่าวมีต้นกำเนิดจากกัมพูชาเพียงประเทศเดียวยังไม่ปรากฏหลักฐานทางวิชาการรองรับอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์อาหารชี้ว่า “ขนมจีน” ในไทยมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มชาติพันธุ์มอญ การศึกษาเชิงเปรียบเทียบพบว่า อาหารประเภทเส้นข้าวหมักมีปรากฏในหลายประเทศ เช่น ไทย กัมพูชา เวียดนาม และเมียนมา โดยมีความคล้ายคลึงกันทั้งด้านวัตถุดิบและเทคนิคการผลิต สะท้อนลักษณะ “วัฒนธรรมร่วมของภูมิภาค” (Shared Culinary Heritage) อันเกิดจากการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในอดีต มากกว่าจะเป็นมรดกเฉพาะของชาติใดชาติหนึ่ง

ขณะที่กัมพูชามีอาหารพื้นบ้านชื่อ “นมบันจ็อก (Nom Banh Chok)” ซึ่งเป็นเส้นที่ทำจากข้าวหมัก มีลักษณะและกรรมวิธีใกล้เคียงกับ “ขนมจีน” ของไทย อาหารดังกล่าวเป็นที่แพร่หลายในชีวิตประจำวันของชาวกัมพูชา และถือเป็นอาหารสำคัญในบริบทวัฒนธรรมของประเทศ และได้ยื่นเสนอ “นมบันจ็อก (Nom Banh Chok)” เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ต่อ UNESCO แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการพิจารณาให้ผ่านการขึ้นทะเบียนต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี และไม่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นเหตุให้ไม่ผ่านการพิจารณา คือ ลักษณะของอาหารที่เข้าข่าย “วัฒนธรรมร่วมของภูมิภาค” ซึ่งขาดความเฉพาะเจาะจงในเชิงเอกลักษณ์ของชาติเดียว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง