ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำคุก 10 ปี พี่เลี้ยงสลับตัวเด็ก แต่จำเลยรับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุก 5 ปี เจ้าตัวยื่นประกัน อยู่ระหว่างศาลพิจารณา ขณะที่ญาติเปิดใจ จำเลยรักเด็ก ไม่เชื่อจะขายเด็กได้ลง ส่วนผู้เสียหาย เผย พอใจคำพิพากษา
จากกรณี นางปวีณา หงสกุล มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย น.ส.จันจิรา ไทยบัณฑิต พมจ.ชลบุรี ได้พา น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี เข้าพบ พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง เพื่อขอให้ช่วย น.ส.เอ ติดตามหาลูกสาวแท้ๆ วัย 3 ขวบ ที่ถูกนางวิชุดา หรือส้ม คนรับเลี้ยงเด็ก นำลูกสาวตัวจริงวัย 5 เดือนไปสลับตัว โดยนำลูกสาวคนอื่นมาสวมรอยส่งคืนให้ ซึ่งคดีและถูกศาลชั้นต้นตัดสินโทษจำคุก และได้ประกันตัวออกมาอยู่ระหว่างรอยื่นอุทธรณ์ แต่ด้าน น.ส.จอย ยังไม่ทราบชะตากรรมของลูกสาวแท้ๆของตนเอง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า ล่าสุด วันนี้ (8 พ.ค.69) ศาลจังหวัดพัทยา อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่นางวิชุดา ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีพรากผู้เยาว์ โดยศาลพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ตัดสินให้จำคุก นางวิชุดา 10 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 5 ปี
ต่อมาทนายความจำเลย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ตามเดิม (25,000 บาท) ขอประกันตัว อยู่ระหว่างศาลพิจารณา
ด้าน พี่เขยของ น.ส.วิชุดา เปิดเผยว่า ส่วนตัวเคยพบเห็น น.ส.เอ ผู้เสียหาย มาอาศัยที่บ้านของ น.ส.วิชุดา เมื่อตอนตั้งท้องเพียงไม่นาน และไม่เชื่อว่า น.ส.วิชุดา จะขายลูกของ น.ส.เอ ได้ลงคอ เพราะ น.ส.วิชุดา มีนิสัยใจคอดี รักเด็ก และมีลูกของตัวเองตั้ง 4 คน ไม่น่าจะทำการขายเด็กได้ โดยหลังเกิดเรื่อง น.ส.วิชุดา ได้มาปรึกษาว่าทำเด็กหาย ตนไม่ได้อยู่ตอนเกิดเรื่อง เพราะอาศัยอยู่คนละบ้าน ตนไม่รู้จะช่วยอย่างไร จึงปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย แต่ก็เป็นคนพามาศาลและพบตำรวจอยู่ทุกครั้ง หลังจากศาลชั้นต้นตัดสินให้จำคุก น.ส.วิชุดา ก็มีอาการถอดใจ และฝากตนให้ดูแลหลานทั้ง 4 คนด้วย ตนยังเชื่อว่า น.ส.วิชุดา ไม่มีเจตนาในการทำเด็กหายดังกล่าว
ขณะที่ น.ส.เอ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังฟังคำพิพากษาแล้ว รู้สึกดีใจและพึงพอใจมากที่ศาลลงโทษจำคุก น.ส.วิชุดา โดยวันนี้ตนได้เจอกับคู่กรณี รู้สึกไม่ค่อยพอใจ เนื่องจาก น.ส.วิชุดา ไม่พูดความจริงที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ หลังจากนี้ ทางมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จะประสานกับ สภ.บางละมุง เพื่อตามหาเด็กที่สูญหายให้กลับสู่อ้อมอกแม่ต่อไป