ประกาศใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แก้วิกฤต

View icon 13
วันที่ 9 พ.ค. 2569 | 20.03 น.
ข่าวภาคค่ำ
แชร์
ข่าวภาคค่ำ - นายกรัฐมนตรี เผย พ.ร.ก.กู้เงิน ประกาศใช้แล้ว หลังจากนี้ไม่ว่า จะดีหรือร้าย ขอเป็นผู้รับผิดชอบ ยืนยันจะใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ให้รั่วไหลแม้แต่สตางค์เดียว

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท

เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกรและผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และส่งเสริม สนับสนุนเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานทดแทน โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุว่าหลังจากนี้ไปทุกอย่างอยู่ในความรับผิดชอบของตนเอง ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ หวังว่าทุกอย่างจะออกมาในแนวทางที่ดี เกิดประโยชน์กับประเทศ และประชาชน รับรองว่า ไม่มีรั่วไหลแม้แต่สตางค์เดียว

ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ตอบโต้ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยยืนยันว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ไม่ได้มีส่วนใด ๆ เกี่ยวข้องกับนโยบายการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย เพราะการหาเสียงเกิดขึ้น ก่อนเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง

ยืนยันว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงิน เป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งการออก พ.ร.ก.ครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เพราะสมัยนายกรณ์ เป็นรัฐบาล ก็เคยกู้ถึง 4 แสนล้านบาทเช่นกัน

ขณะที่ นางสาวศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้โต้ตอบ นายภราดร แนะนำให้ไปตรวจความจำ เพราะตอนหาเสียง นโยบายที่พรรคภูมิใจไทยหาเสียงไว้ ชี้แจงที่มาของโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ว่าจะใช้เงิน 44,000 ล้านบาท จากงบประมาณโดยไม่ใช้การกู้เงิน ส่วนในยุครัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะที่มีการกู้เงิน เพราะอยู่ในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ได้แจกอย่างเดียว

ด้าน นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม โพสต์ระบุว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท อาจถือว่าเป็นไปตามหลักกฎหมาย เพราะความจำเป็นเร่งด่วนเป็นดุลพินิจของรัฐบาล แต่การที่รัฐบาลหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบของสภาฯ และประชาชน โดยเฉพาะในส่วนของเงิน 2 แสนล้านบาท ที่จะใช้ปรับโครงสร้างทางพลังงาน

มิได้มีลักษณะฉุกเฉินอย่างชัดเจน อาจทำให้ พ.ร.ก.ฉบับนี้ ขาดความชอบธรรม ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องตอบคำถามให้ได้ว่า เงินกู้นี้จำเป็นจริงหรือไม่ และเร่งด่วนจริงหรือไม่