ข่าวภาคค่ำ - ตำรวจพาตัว "ครูฝึกยิงปืน" และ "ทหารเรือ" ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ-ขายปืน เอ็มโฟร์ หนึ่งในของกลางที่พบในคดีซุกซ่อนคลังแสงของชายชาวจีน ที่จังหวัดชลบุรี ไปสอบสวนขยายผล หาเครือข่ายลักลอบค้าอาวุธสงคราม
ชายคนนี้คือ นายคเชนทร์ ครูฝึกสนามยิงปืนในพัทยา ที่พบมีความเกี่ยวข้องกับการซื้อ-ขายอาวุธปืน และเครื่องกระสุนที่อยู่ในการครอบครองของ นายหมิงเฉิน ชายชาวจีนที่ขับรถไปประสบอุบัติเหตุ แต่ตำรวจไปเจอเสื้อเกราะผูกติดระเบิดซีโฟร์ในรถ และไปตรวจค้นที่บ้านยังพบมีการสะสมอาวุธปืน วัตถุระเบิด และยุทธภัณฑ์ทางทหารไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวนมาก จึงถูกตำรวจจับกุมตัวไปดำเนินคดี
โดย นายคเชนทร์ ได้อธิบายถึงคนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ-ขายอาวุธปืนเอ็มโฟร์ (M4) ที่มีคนจำหน่ายให้กับผู้ต้องหา กระบอกละประมาณ 2 แสนบาท ในจังหวัดระยอง โดยตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมคำให้การ เพื่อนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริง
นอกจากนี้ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน ยังไปเชิญตัวทหารยศ "พันจ่าเอก" สังกัดกองทัพเรือ ไปสอบปากคำ ตามที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหาอาวุธดังกล่าวด้วย
ขณะที่ พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ตำรวจ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ได้ไปประชุมติดตามความคืบหน้าคดีนี้ที่ สภ.นาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี หลังได้คุมตัว นายหมิงเฉิน ผู้ต้องหาในคดีนี้ ไปขออำนาจศาลฯ ฝากขัง และยื่นคัดค้านการประกันตัว
โดย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวชื่นชม สิบตำรวจโท นิลพัฒน์ ทองย้อย ตำรวจจราจร สภ.นาจอมเทียน และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ ที่สังเกตเห็นความผิดปกติภายในรถผู้ต้องหา จนนำไปสู่การขยายผลตรวจค้น พบของกลางในบ้านเช่าจำนวนมาก พร้อมกับบอกว่า ยังไม่ปักใจเชื่อตามคำให้การของผู้ต้องหา
เพราะจากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง พบเข้า-ออกไทยหลายครั้ง และมีข้อมูลการเดินทางไปกัมพูชา จึงต้องมีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดทุกมิติ ร่วมกับหน่วยข่าวกรอง, กอ.รมน. , ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, สันติบาล และตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อหาแรงจูงใจแท้จริง
สำหรับกรณีอาวุธปืนพกสั้น ที่เชื่อมโยงกับตำรวจ สน.สายไหม ตอนนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนตำรวจนายดังกล่าว ยอมรับว่า ปัจจุบันตำรวจมีภาระ และเกิดการขัดสน จึงนำอาวุธปืนที่ซื้อมาไปขายต่อ