โจรอุกอาจย่องเข้าบ้าน รื้อค้นขโมยทรัพย์สินทั้งที่มีคนอยู่บ้าน นอนดูทีวีอยู่ชั้นล่าง ได้เงินไป 2 พันบาท โชคดีที่คนร้ายตาถั่วไม่เห็นเงินสด 1 แสนบาท นาฬิกาข้อมือมูลค่า 5 หมื่นบาท และทองคำรูปพรรณหนัก 5 บาท ยังอยู่ครบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดภายในบ้านของ นายประสิทธิ์ อายุ 68 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ ที่ 10ต.บางพระ อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา สามารถบันทึกพฤติกรรมของคนร้ายลักษณะรูปร่างท้วม สวมเสื้อกีฬา เดินย่องเข้ามาภายในบ้านช่วงกลางดึก ก่อนจะรื้อค้นกระเป๋าและทรัพย์สินต่าง ๆ บริเวณหน้าห้องนอนอย่างใจเย็น ขณะที่ภรรยาของเจ้าของบ้านยังนอนดูทีวีอยู่ด้านล่างโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเดินย้อนกลับไปที่เคาน์เตอร์หยิบเงินสดในกระเป๋าไปได้ 2,000 บาท ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง วันที่ 2 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา โดยคนร้ายได้รื้อค้นกระเป๋าหลายใบหน้าห้องนอนหน้าบ้าน แต่ไม่พบทรัพย์สิน ก่อนจะย้อนกลับมาค้นกระเป๋าของลูกชายที่วางอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ ได้เงินสดไปประมาณ 2,000 บาท นอกจากนี้ยังพบว่าพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธรและพระพุทธรูปหยกอีก 2 องค์ได้หายไปด้วย
ต่อมาช่วงค่ำวันที่ 9 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา นายประสิทธิ์ เปิดเผยว่า ตนเองมาทราบเรื่องในช่วงเช้า หลังลงมาจากชั้นบนและพบว่าประตูตู้ด้านหลังเคาน์เตอร์ถูกเปิดออก และลิ้นชักที่เคาน์เตอร์ก็ถูกดึงออกมา เมื่อตรวจสอบพบร่องรอยการรื้อค้น จึงเปิดกล้องวงจรปิดดูและพบภาพพฤติกรรมของคนร้ายดังกล่าว โดยขณะเกิดเหตุภรรยาของตนคือ นางสุรีพร นอนดูทีวีอยู่บริเวณชั้นล่างของบ้าน แต่คนร้ายก็ยังกล้าย่องเข้ามาก่อเหตุอย่างไม่เกรงกลัว ยังพยายามรื้อค้นภายในเคาน์เตอร์อีกหลายจุด ซึ่งโชคดีที่คนร้ายไม่พบนาฬิกาข้อมือมูลค่าประมาณ 50,000 บาท ที่ตนเองถอดเก็บไว้ในตะกร้า และใส่ไว้ด้านในสุดของลิ้นชัก รวมถึงเงินสดจำนวน 100,000 บาท และสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์เช่นกัน
นายประสิทธิ์ บอกอีกว่า สำหรับเงินสดจำนวนดังกล่าวเตรียมนำไปซื้อรถมือสองมาขายต่อ แต่ยังไม่ได้เดินทางไปซื้อ กระทั่งมารู้ว่าถูกคนร้ายเข้าบ้านเสียก่อน พร้อมยอมรับว่ารู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก เนื่องจากภายในบ้านมีแต่ผู้หญิง ทั้งภรรยาและลูกสาว ทำให้ทุกวันนี้ต้องปิดประตูล็อกบ้านแน่นหนาตั้งแต่ช่วงค่ำ เพราะเกรงว่าคนร้ายอาจย้อนกลับมาก่อเหตุอีก
นายประสิทธิ์ บอกด้วยว่า พฤติกรรมของคนร้ายรายนี้ถือว่าอุกอาจอย่างมาก เพราะกล้าก่อเหตุทั้งที่มีคนนอนอยู่ภายในบ้าน คาดว่าคนร้ายน่าจะปีนเข้ามาทางหน้าต่างข้างบ้าน ก่อนอาศัยจังหวะเงียบย่องเข้ามารื้อค้นทรัพย์สิน และหลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 69 แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมากว่า 7 วันแล้ว เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ ทำให้ทั้งครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่ที่รู้ข่าว ต่างรู้สึกหวาดระแวงและหวั่นเกรงความปลอดภัย พร้อมฝากถึงตำรวจให้เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว