เจาะประเด็นข่าว 7HD - ตำรวจคุมตัว นายหมิงเฉิน ผู้ต้องหาชาวจีน กักตุนอาวุธสงคราม สอบปากคำเพิ่มเติม ด้านผู้ต้องหาท่าทีอิดโรย ต้องกินทานยาประจำตัว
เป็นภาพพนักงานสอบสวน สภ.นาจอมเทียน จังหวัดชลบุรี คุมตัว นายหมิงเฉิน ชาวจีนที่ประสบอุบัติเหตุรถเก๋งพลิกตะแคง ก่อนขยายผลพบพฤติกรรมสะสมอาวุธสงคราม มาฝากขังที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพัทยา เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม เบื้องต้นพบว่า นายหมิงเฉิน มีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด และต้องกินยาประจำตัวตลอดเวลา
ขณะเดียวกันเช้าวันนี้ (10 พ.ค.) ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าเก็บข้อมูลและตรวจสอบหลักฐานลายนิ้วมือที่ปรากฏบนวัตถุพยานที่ สภ.นาจอมเทียน ประกอบด้วยรถเก๋ง สีขาว ซึ่งเป็นรถที่ นายหนิงเฉิน เช่ามาขับ ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร ซึ่งมีน้ำมันอยู่ภายในจำนวนหนึ่ง, แบตเตอรี่รถยนต์ใหม่ และสายต่อพ่วง
ทีมข่าว 7HD สอบถามความเห็น พลตำรวจตรี กำธร อุ่ยเจริญ อดีตหัวหน้าชุดชุดปฏิบัติการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรืออีโอดี ถึงความเป็นไปได้ที่ นายหมิงเฉิน บรรทุกสิ่งของอันตรายไว้บริเวณท้ายรถ โดยบอกว่า มีความเป็นไปได้ที่คนร้ายอาจทำให้เกิดเปลวเพลิง จนไปถึงก่อเหตุคาร์บอมได้ เพราะ 1 ในวัตถุพยานสำคัญที่ตำรวจยึดมาได้ยังพบรีโมตจุดชนวนไร้สาย
พลตำรวจตรี กำธร ยังให้ข้อมูลต่อว่า ตลอดระยะเวลา 10-15 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยพบชาวจีนพกพาวัตถุระเบิดเข้ามาก่อเหตุเพียงครั้งเดียว คือ ที่สี่แยกราชประสงค์ เมื่อปี 2558 นอกนั้นเป็นชนชาติตะวันตกที่เข้ามาก่อเหตุ
ส่วนจุดหมายปลายทางที่ นายหมิงเฉิน และ นางสาว ยู ซีห์ หม่า ชาวไต้หวัน บรรทุกน้ำมัน และแบตเตอรี่ เร่งเครื่องขับรถฝ่าพายุฝนด้วยความเร็ว เป็นเหตุให้รถเก๋งเสียหลักชนแท่งแบริเออร์ก่อนพลิกตะแคง ทราบว่าทั้งสองคนกำลังมุ่งหน้าไปเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี แต่ไม่ทราบปลายทางที่แน่ชัด
ส่วนไทม์ไลน์การซื้ออาวุธปืนของอดีตตำรวจ สน.ห้วยขวาง มีข้อมูลเพิ่มเติม ระบุว่า จุดเริ่มต้นที่มาจาก นายหมิงเฉิน ติดต่อหา นายคเชนทร์ ครูฝึกยิงปืนสนามพัทยา ให้หาอาวุธปืน นายคเชนทร์ จึงติดต่อ พันจ่าเอก เมธี ทหารเรือสัตหีบ และ นายจำลอง เข้าของบัญชีรับโอนเงิน ในขั้นตอนนี้ยังมีอีก 2 คน ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าอาวุธปืน คือ จ่าแหบ และ จ่าบอย ซึ่ง จ่าบอย เป็นคนที่นำอาวุธปืนออกมาส่งมอบ
ส่วนประเด็นอาวุธปืน จากที่ผู้บังคับบัญชาสอบถาม รองสารวัตรปราบปราม สน.สายไหม เจ้าของอาวุธปืนคนแรก ยอมรับว่าเป็นปืนของตนจริง ตามที่ระบุในใบทะเบียน ป.4 เป็นปืนส่วนตัว ไม่ใช่ปืนสวัสดิการของตำรวจ ที่ผ่านมาได้มีการขายจำนำตามปกติ แต่ก็ไม่ทราบว่าปืนกระบอกนี้ ถูกส่งต่อไปยัง นายหมิงเฉิน ได้อย่างไร
สำหรับ รองสารวัตรปราบปราม สน.สายไหม ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ สน.สายไหม ตามปกติ และยังไม่มีคำสั่งอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ต้องไปให้ข้อเท็จจริงกับ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ของ กองบัญชาการตำรวจนครบาล
ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจนครบาล แต่งตั้ง พลตำรวจเอก ธนกฤต บุญเจริญ รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมตำรวจอีก 6 นาย เพื่อสืบสวนว่า มีตำรวจนายใดเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนที่ตรวจยึด และอาวุธไปอยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอกได้อย่างไร
ทั้งนี้ท้ายคำสั่งระบุให้คณะกรรมการเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว และรายงานผลเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป