ข่าวภาคค่ำ - 1 ใน 2 ผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าอาวุธปืน ให้ นายหมิงเฉิน ผู้ต้องหาชาวจีนที่สะสมอาวุธสงครามและยุทธภัณฑ์ เข้าให้ปากคำกับตำรวจ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์
เป็นภาพ พันจ่าเอก ปฐมพล หรือ จ่าแหบ อายุ 37 ปี อดีตทหารเรือ ที่ข้อมูลของตำรวจระบุว่าเป็นคนติดต่อซื้อปืน M-4 ให้กับ นายหมิงเฉิน ชายชาวจีนที่มีพฤติกรรมสะสมอาวุธสงคราม เบื้องต้น จ่าแหบ ยืนยันว่าตนเองไม่เกี่ยวข้อง และปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา
จ่าแหบ ยืนกรานว่าตนเองไม่เคยค้าขายอาวุธปืน ส่วน พันจ่าเอก เมธี ทหารเรือสัตหีบ ยอมรับว่ารู้จักกัน และไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ขณะที่ จ่าบอย ซึ่งเป็นคนที่นำอาวุธปืนออกมาส่งมอบให้ นายหมิงเฉิน บอกว่าตัวเขาไม่ทราบประเด็นนี้เลย และบอกว่าทหารไม่ได้รู้จักกันทุกคน
ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติของ พันจ่าเอก ปฐมพล หรือ จ่าแหบ พบว่าเคยถูกจับกุมกับพวกอีก 7 คน เชื่อมโยงคดีใช้อาวุธปืนปล้นรถขนเงินของบริษัทฯ แห่งหนึ่ง ภายในปั๊มน้ำมันน้ำมัน สาขาหนองข้างคอก ตำบลหนองข้างคอก อำเภอเมืองชลบุรี เมื่อปี 2559 แต่ในชั้นจับกุมเจ้าตัวให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ด้าน จ่าเอก วัชรินทร์ หรือ จ่าบอย อายุ 43 ปี สังกัดกองบินทหารเรือ ถูกตำรวจ สภ.นาจอมเทียน มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้องสอบสวน ซึ่งระหว่างที่เดินผ่านสื่อมวลชน จ่าเอก วัชรินทร์ ไม่ยอมตอบคำถามใด ๆ ก่อนถูกพาตัวเข้าห้องไป
จากนั้น พลตำรวจตรี ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บังคับการตำรวจภูธร ภาค 2 เรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อขยายผลหาตัวผู้เกี่ยวข้องในขบวนการค้าอาวุธปืนเถื่อน และผู้ร่วมขบวนการรายอื่น ๆ เพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องอาการป่วยโรคซึมเศร้าของ นายหมิงเฉิน อย่างละเอียด โดยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักจิตวิทยาร่วมประเมินอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปตามหลักกฎหมายและหลักการแพทย์
อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ต้องหาจะมีอาการป่วยก็ไม่ใช่เหตุยุติแห่งความผิด เนื่องจากพฤติการณ์ครอบครองอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และอุปกรณ์อันตรายจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ
ส่วนหลักฐานถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร ซึ่งมีน้ำมันอยู่ภายในจำนวนหนึ่ง, แบตเตอรี่รถยนต์ใหม่ และสายต่อพ่วง บริเวณท้ายรถเก๋ง สีขาว ซึ่งเป็นรถที่ นายหนิงเฉิน เช่ามาขับ แต่เกิดประสบอุบัติเหตุ ขณะมุ่งหน้าเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี
ทีมข่าว 7HD สอบถามความเห็น พลตำรวจตรี กำธร อุ่ยเจริญ อดีตหัวหน้าชุดชุดปฏิบัติการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ อีโอดี โดยคาดวัตถุประสงค์และความเป็นไปได้ที่ นายหมิงเฉิน บรรทุกสิ่งของอันตราย ว่ามีความเป็นไปได้ที่คนร้ายอาจทำให้เกิดเปลวเพลิง จนไปถึงก่อเหตุคาร์บอมได้ เพราะ 1 ในวัตถุพยานสำคัญที่ตำรวจยึดมาได้ยังพบรีโมตจุดชนวนไร้สาย
พลตำรวจตรี กำธร ยังให้ข้อมูลต่อว่า ตลอดระยะเวลา 10-15 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยพบชาวจีนพกพาวัตถุระเบิดเข้ามาก่อเหตุเพียงครั้งเดียว คือที่สี่แยกราชประสงค์ เมื่อปี 2558 นอกนั้นเป็นชนชาติตะวันตกที่เข้ามาก่อเหตุ