กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุมนายอรุณฯ หรือหลำ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553 เวลาประมาณ 22.00 น. นายอี อายุ 42 ปี ซึ่งกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์บริเวณสามแยกใกล้โรงพยาบาลย่านตาขาว ถนนย่านตาขาว – บ้านนาโยง หมู่ 1 ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงใส่ 1 นัด แต่ไม่ถูก จนหนีตายรอดมาได้
ต่อมาวันที่ 13 ธันวาคม 2553 เวลาประมาณ 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงนายอี เสียชีวิต บริเวณถนนหมู่ 3 ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ตายคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์สีม่วงแดง ถูกยิงด้วยอาวุธปืน M16 จำนวน 2 นัด และพบปลอกกระสุนปืน M16 ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 2 ปลอก จากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนร้ายจำนวน 4 คน ใช้รถยนต์กระบะสีขาว ขับแซงผู้ตาย ก่อนที่คนร้ายซึ่งนั่งอยู่ท้ายกระบะจะใช้อาวุธปืน M16 ยิงใส่ผู้ตายจนเสียชีวิต แล้วพากันหลบหนีไป
สำหรับมูลเหตุคดีทราบว่าภรรยาของผู้ตาย เป็นผู้ว่าจ้างกลุ่มมือปืนให้ก่อเหตุ โดยมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน ทั้งผู้รับงาน ผู้ร่วมวางแผน คนขับรถ และมือปืน ซึ่งลงมือก่อเหตุถึง 2 ครั้ง โดยในครั้งแรกนั้นมีผู้ร่วมก่อเหตุ 4 ราย ได้แก่ นายจรูญฯ ทำหน้าที่รับงาน, นายอภิชาติฯ ร่วมวางแผน, นายเทิดศักดิ์ฯ ทำหน้าเป็นมือปืน และนายอรุณฯ ทำหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ให้มือปืน
ต่อมาครั้งที่สอง ซึ่งผู้เสียหายถูกยิงจนเสียชีวิต มีผู้ร่วมก่อเหตุ 4 ราย ได้แก่ นายจรูญฯ รับหน้าที่เป็นมือปืน ใช้อาวุธปืน .357 นายอภิชาติฯ ร่วมวางแผน นายสมใจฯ คนขับรถยนต์ และนายอรุณฯ รับหน้าที่เป็นมือปืน ใช้อาวุธปืน M16
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้แล้ว โดยนายจรูญฯ, นายสมใจฯ ศาลพิพากษาประหารชีวิต ส่วนรายอื่นศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ยังคงเหลือเพียงนายอรุณฯ หรือหลำ
ที่หลบหนีเรื่อยมา โดยตระเวนกบดานหลายพื้นที่ทั้ง จ.ตรัง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.นครพนม และ
จ.นครศรีธรรมราช
กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. สืบสวนติดตามจนทราบแหล่งกบดานในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช จึงวางแผนเข้าจับกุมตัว ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ย่านตาขาว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป