ฝ่ายค้าน จ่อยื่น ปธ.สภาฯ ส่งศาลฯ ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน

View icon 9
วันที่ 11 พ.ค. 2569 | 11.28 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - เที่ยงวันนี้ ฝ่ายค้าน เตรียมยื่นประธานสภาฯ ส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่มี สส.กล้าธรรมร่วมด้วย

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  หัวหน้าพรรคประชาชน เผยว่า ในวันนี้ (11พ.ค.) จะยื่นคำร้องให้ประธานรัฐสภาส่งคำร้องของ สส.ฝ่ายค้าน ที่เข้าชื่อกันส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย มติ ครม.ที่เห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท ไม่เข้าข่ายเหตุจำเป็นเร่งด่วน เพราะการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะเงินกู้แผนที่ 2 ซึ่งจะใช้เงิน 2 แสนล้านบาทเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ ซึ่งวิธีการรับผิดชอบที่ดีที่สุดของนายกฯ คือ ปล่อยให้สภาฯ ได้ตรวจสอบเงินทุกบาททุกสตางค์อย่างโปร่งใส

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ช่วงเที่ยงวันนี้ ฝ่ายค้านจะยื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ โดยเมื่อวานมีตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ ไปพูดคุยกับพรรคประชาชน ถึงการเขียนคำร้องแล้ว

โดยพูดถึงว่า การออก พ.ร.ก.ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องทำไปเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แตกต่างจากการกู้เงินที่ผ่านมา 3 ครั้ง ที่มีวิกฤติต้มยำกุ้ง และโควิด-19 ซึ่งในคำร้องพรรคกล้าธรรมไม่ได้ลงชื่อด้วย เชื่อว่า หากฝ่ายค้านยื่นไปแล้ว ศาลฯ จะรับไว้พิจารณา และหากศาลฯ รับไว้พิจารณา ก็ต้องหยุดการพิจารณาของสภา ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ชี้แจงนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงิน กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท อาจจะทำให้เสียวินัยการเงินการคลังว่า ท่านเป็นฝ่ายค้านก็ต้องคิดแบบนั้น แต่เราเป็นฝ่ายรัฐบาลก็ต้องเร่งแก้ปัญหาให้กับประชาชน รัฐบาลชุดนี้ยืนยันได้ว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสจะเร่งเยียวยาคลี่คลายความเดือดร้อนให้กับประชาชนพร้อมกับกระตุ้นเศรษฐกิจ

ส่วนกรณีที่ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า รัฐบาลของบประมาณถึง 4 แสนล้านบาท แต่ใช้กระดาษเพียงแค่ 5 ใบนั้น นายกฯ บอกว่า คนที่ทำงานเป็นกับคนที่ยังไม่เคยทำงานต่างกัน

ช่วงเช้าวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank Group) และสภากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในเดือนตุลาคมนี้

ซึ่งนายกฯ บอกว่า นับเป็นภารกิจสำคัญเปรียบเหมือนโอลิมปิกด้านการเงินการคลังของโลก คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมถึง 15,000 คน จากสมาชิก 200 ประเทศ ทั่วโลก หวังเป็นช่องทางสร้างโอกาสหาเม็ดเงินเข้าประเทศ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง