ไม่มีมันสำปะหลังจากกัมพูชานำเข้า ชาวบ้านชายแดนดีใจผลผลิตราคาดีขึ้น

ไม่มีมันสำปะหลังจากกัมพูชานำเข้า ชาวบ้านชายแดนดีใจผลผลิตราคาดีขึ้น

View icon 29
วันที่ 11 พ.ค. 2569 | 15.45 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
มันสำปะหลังราคาแพงหลังปิดด่าน ชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชา เร่งเก็บเกี่ยว เตรียมพื้นที่เพาะปลูกต่อ ดีใจราคาสูงขึ้น ผลผลิตของกัมพูชาเข้ามาไม่ได้

วันนี้ (11 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านไทยสันติสุข ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งช่วงนี้กำลังเตรียมลงมือทำทำการเกษตร และเก็บผลผลิตนำไปขาย โดยเฉพาะมันสำปะหลัง พบว่าราคาขยับขึ้นจาก 1 บาทเป็น 2 บาทกว่า หลังจากมีการปิดด่านจากสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ผ่านมา และชาวบ้านเห็นด้วยที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันปิดด่านและการยกเลิก MOU 44

นายสมบัติ กับ นางปราณี ซึ่งเป็นสามีภรรยา บอกว่า ตอนนี้กำลังเร่งเก็บผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมันสำปะหลังที่ปลูกไว้จำนวน 4 ไร่ และเตรียมพื้นที่เพาะปลูกมันในฤดูกาลต่อไป แต่ปีนี้พันธุ์ต้นมันหายากและมีราคาแพง ขายต้นละ 3-4 บาท มัดหนึ่งราคาอยู่ที่ 40-50 บาท เนื่องจากปีที่ผ่านมาชาวบ้านปลูกมันกันน้อยเพราะต้องอพยพหนีการสู้รบ 2 รอบ และยังคงกังวลในสถานการณ์ชายแดนในขณะนี้อยู่ แต่ก็ชินกันแล้ว ถ้ามัวแต่กังวลก็คงไม่ได้ทำมาหากินกัน

โดยครั้งก่อนปลูกถั่วฝักยาวไว้ก็ไม่ได้เก็บ อพยพกลับมาเสียหายหมดสวน ขอให้รัฐบาลปิดด่านให้ยาวไปเลย เนื่องจากส่งผลดีกับเกษตรกรในเรื่องของราคาพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน มีราคาสูงขึ้น อย่างมันสำปะหลังจากที่เคยอยู่ที่กิโลกรัมละ 1 บาทกว่า เพิ่มขึ้นเป็น 2 บาทกว่า เพราะไม่มีมันสำปะหลังจากฝั่งกัมพูชาเข้ามา ทำให้เกษตรกรอยู่ได้ ถ้าจะมีรบกันรอบ 3 ก็ขอให้ชาวบ้านได้ปลูกมันปลูกอะไรให้เสร็จก่อนก็แล้วกัน เห็นด้วยกับรัฐบาลที่ยกเลิก MOU 44 และตัดความสัมพันธ์กับกัมพูชาโดยการยังไม่เปิดด่าน และอยากให้รีบสร้างรั้วกำแพงกั้นชายแดนให้เร็ว ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนยังคงเป็นปกติ และอยู่ในการเฝ้าระวังตลอดเวลา ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข แต่ก็ยังกังวลหากมีการสู้รบครั้งต่อไป พืชผลทางการเกษตรที่ปลูกทิ้งไว้จะเสียหายอีก เนื่องจากไม่ได้รับการดูแลบำรุงรักษาพืชผล ทำให้ผลผลิตเสียหายได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย รายได้ก็ลดลงตาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง