บอร์ด สปสช. เห็นชอบสิทธิบัตรทองเพิ่มยา 3 รายการ เสริมการรักษา ผู้ป่วยโรคเลือด–มะเร็งต่อมน้ำเหลือง–โรคหนังแข็งรุนแรงช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงยาจำเป็น ลดภาระค่าใช้จ่าย
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 5/2569 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ยา 3 รายการ ที่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ เป็นบริการตามประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ได้แก่ ยาเลนาลิโดไมด์ (lenalidomide) ยาเบนดามัสทีน (bendamustine) และยาริทูซิแมบ (rituximab) เพื่อเพิ่มทางเลือกการรักษาให้กับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาจำเพาะและมีต้นทุนสูง
คณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ จัดหายาทั้ง 3 รายการ ภายในวงเงินไม่เกิน 12.1567 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณคงเหลือจากแผนจัดหายา ปีงบประมาณ 2569 สำหรับช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ย. 69 ซึ่งจะดำเนินการในรูปแบบจัดซื้อรวม เพื่อบริหารงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพ ควบคุมราคายา และประกันการเข้าถึงของผู้ป่วยอย่างทั่วถึง
“การเพิ่มยา 3 รายการนี้ แสดงถึงการทำงานร่วมกันของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพ กับคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ และเป็นการยกระดับระบบบัตรทองที่ขยับไปสู่การดูแลผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ต้องใช้ยาจำเป็นราคาแพง ให้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และช่วยให้หน่วยบริการมีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น” รมว.สาธารณสุข กล่าว
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ยาทั้ง 3 รายการ เป็นยาที่มีความสำคัญต่อการรักษาผู้ป่วยกลุ่มโรคซับซ้อน โดยยาเลนาลิโดไมด์ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคโลหิตจางเอ็มดีเอส (myelodysplastic syndrome: MDS) ชนิด 5q-syndrome ซึ่งช่วยลดอาการของโรค ลดความจำเป็นในการให้เลือดมากกว่า 50% และลดโอกาสพัฒนาไปเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด AML ขณะที่ยาเบนดามัสทีนใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิด ช่วยเพิ่มระยะเวลาการรอดชีวิตเมื่อเทียบกับยาเดิม ส่วนยาริทูซิแมบใช้รักษาผู้ป่วยโรคหนังแข็งที่มีโรคปอดอินเตอร์สติเชียล หรือ SSc-ILD ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงที่อาจนำไปสู่ความพิการหรือเสียชีวิตได้
สำหรับรายละเอียดการจัดหายา ประกอบด้วย ยาเลนาลิโดไมด์ ชนิดรับประทาน ประมาณการผู้ป่วย 30 คนต่อปี ภาระงบประมาณประมาณ 3.06 ล้านบาทต่อปี ยาเบนดามัสทีน ชนิดฉีด ประมาณการผู้ป่วย 494 คนต่อปี ภาระงบประมาณประมาณ 22.20 ล้านบาทต่อปี และยาริทูซิแมบ ชนิดฉีด ประมาณการผู้ป่วย 350 คนต่อปี ภาระงบประมาณประมาณ 11.20 ล้านบาทต่อปี รวมภาระงบประมาณเฉพาะค่ายาทั้งปีประมาณ 36.47 ล้านบาท