วันนี้ (12 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว สนธิกำลังร่วมกันจับกุมชายชาวจีนลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หลังพบเดินอยู่บริเวณจุดตรวจชายแดนในพื้นที่ อ.คลองหาด จ.สระแก้ว
โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เดินทางลักลอบเข้าประเทศไทยมาจากประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ และมีแผนจะเดินทางต่อไปยังประเทศเมียนมา
ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เอทธิ์ จีระมณีมัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองหาด และ พ.ต.ท.ธรณ์พศ เรื่องเศรษฐาฎร รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.คลองหาด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คลองหาด นำโดย พ.ต.ต.มงคล ประไพ สว.สส.ฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.1303 นำโดย ร.อ.อชิตพล เทียมเมฆ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1303 และเจ้าหน้าที่ทหารจาก มว.คทร.ฉก.คลองหาด นำโดย ร.ท.สุภวิทย์ สุภัควาณิชย์ ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย บริเวณจุดตรวจ ค.03 หมู่ 4 ต.คลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.1303 ได้ตรวจพบบุคคลลักษณะคล้ายชาวต่างชาติ เดินอยู่บริเวณจุดตรวจดังกล่าวในลักษณะมีพิรุธ จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่เข้าร่วมตรวจสอบทันที
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พบชายชาวต่างชาติ 1 คน ทราบชื่อภายหลังคือ นายชา กุย หยง อายุ 22 ปี สัญชาติจีน กำลังเดินอยู่บริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พร้อมขอตรวจเอกสารการเดินทางเข้า–ออก ราชอาณาจักรไทย แต่ผู้ต้องหาไม่สามารถนำเอกสารใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้
จากการสอบถามเบื้องต้น นายชา กุย หยง ให้การว่า ตนได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติจากประเทศกัมพูชา โดยมีจุดหมายจะเดินทางต่อไปยังประเทศเมียนมา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าว หลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทราบอย่างครบถ้วนในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าได้ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมายจริง
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมจัดทำบันทึกการจับกุม ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหาด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด มีการแจ้งสิทธิแก่ผู้ถูกจับครบถ้วน พร้อมบันทึกข้อมูลการควบคุมตัวส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามระเบียบ โดยไม่มีการใช้ความรุนแรง หรือกระทำการใดอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งยังไม่มีทรัพย์สินเสียหายหรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติการครั้งนี้แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและเฝ้าระวังตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย
รวมถึงขบวนการนำพาบุคคลต่างด้าวเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ชายแดนอีกด้วย