พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไปติดตามผลการดำเนินโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ของเรือนจำกลางอุดรธานี อำเภอเมืองฯ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีสถานพยาบาลดูแลสุขภาพอนามัยให้ผู้ต้องขัง มีพยาบาลวิชาชีพ 4 คน นักจิตวิทยา 3 คน และอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ หรือ อสรจ. 250 คน มีโรงพยาบาลอุดรธานี เป็นโรงพยาบาลแม่ข่าย มีการตรวจหาเชื้อเอชไอวี วัณโรค ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบซี ในผู้ต้องขังทั้งรายเก่าและรายใหม่ มีการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมในกลุ่มผู้ต้องขังหญิง ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้ดำเนินโครงการด้านสุขภาพ อาทิ โครงการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่อในเรือนจำ, โครงการให้ความรู้และทักษะในการป้องกันโรคหิดแก่แกนนำผู้ต้องขัง, กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ มีโครงการพัชรธรรม การนั่งสมาธิ ออกกำลังกาย โดยขยายเวลาขึ้นเรือนนอน และให้ทำกิจกรรมเพิ่มขึ้นเพื่อลดความเครียด
โอกาสนี้ เปิดศูนย์คัดกรองวัณโรคปอดด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเรือนจำกลางอุดรธานี ร่วมกับโรงพยาบาลอุดรธานี จัดตั้งขึ้นด้วยเห็นความสำคัญของการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ โดยเฉพาะวัณโรคปอดที่เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ และมีผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ต้องขังและบุคลากร เพื่อยกระดับมาตรการด้านการดูแลสุขภาพ ได้รับการสนับสนุนเครื่องเอกซเรย์และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลอุดรธานี เข้ามาเอกซเรย์ผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกวัน โดยระบบ AI จะช่วยวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ได้รวดเร็ว และแม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจคัดกรอง และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด
จากนั้น เยี่ยมชมการสาธิตการช่วยชีวิตเบื้องต้นด้วยเครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ AED โดย อสรจ. , บริการทันตกรรม, การบําบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติด มีการพัฒนาพฤตินิสัยด้วยศาสนบำบัด และอาชีวบำบัด ส่วนกิจกรรมบําบัดผู้ป่วยจิตเวช ปัจจุบัน มีผู้ต้องขังจิตเวช 327 คน ได้รับการดูแลต่อเนื่อง มีการติดตาม ประเมินอาการจากทีมสุขภาพจิตของเรือนจำ หากพบพฤติกรรมเสี่ยงจะประสานส่งพบจิตแพทย์ โรงพยาบาลแม่ข่าย และปรึกษาผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ 24 ชั่วโมง, ด้านการดูแลผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์และเด็กติดผู้ต้องขัง มีห้องแยกสำหรับแม่และเด็ก ซึ่งเด็กทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามเกณฑ์ และได้รับสิทธิสวัสดิการเงินสงเคราะห์เด็กแรกเกิด มีทีมแพทย์เฉพาะทางเข้ามาให้บริการเดือนละ 1 ครั้ง ปัจจุบัน มีหญิงตั้งครรภ์ 3 คน และเด็กติดผู้ต้องขัง 3 คน
ในตอนบ่าย ไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลอุดรธานี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแม่ข่าย โดยมีห้องปันสุข เป็นห้องแยกรักษาผู้ต้องขังออกจากผู้ป่วยปกติเพื่อให้สะดวกต่อการรักษา รวมถึงมีการตรวจรักษาด้วยระบบ Telemedicine เป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพแก่ผู้ต้องขัง สามารถรับการวินิจฉัยและตรวจรักษาจากแพทย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบัน มีผู้ต้องขังได้รับการขึ้นทะเบียนสิทธิหลักประกันสุขภาพกว่า 4,000 คน ในปี 2569 มีผู้ต้องขังป่วยออกไปรับการรักษาแบบไป-กลับ 400 คน และแบบนอนพัก 126 คน โรคที่พบมาก ได้แก่ โรคมะเร็ง, โรคกระดูกและกล้ามเนื้อ, โรคตา, โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ และภูมิคุ้มกันบกพร่อง
พร้อมกับ เยี่ยมชมจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าราชทัณฑ์ ฝีมือผู้ต้องขังของร้านค้าสวัสดิการโรงพยาบาลฯ ซึ่งไม่คิดค่าใช้จ่ายในการวางสินค้า เพื่อสนับสนุนฝีมือผู้ต้องขัง รายได้จากการจำหน่ายจะปันผลให้กับผู้ต้องขังต่อไป