เวลา 17.19 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีพืชมงคล พุทธศักราช 2569 โอกาสนี้ ทรงรับกระทงดอกไม้จากเจ้าพนักงานพระราชพิธี แล้วทรงวางบนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง ทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฎิมากร, ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงศีล พระราชวชิรโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ประธานสงฆ์ ถวายศีล จบ เสด็จพระราชดำเนินไปที่ธรรมาสน์ศิลา ทรงพระสุหร่ายสรงพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9, พระคันธารราษฎร์องค์ใหญ่ รัชกาลที่ 10, พระคันธารราษฎร์จีนนั่ง รัชกาลที่ 10, พระคันธารราษฎร์จีนยืน รัชกาลที่ 10, พระคันธารราษฎร์บันได รัชกาลที่ 10, พระคันธารราษฎร์รวงข้าว รัชกาลที่ 10, พระบัวเข็ม, พระพลเทพ, พระโคศุภราช และทรงประพรมพืชซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะ 2 ข้าง แล้วทรงโปรยดอกไม้และถวายพวงมาลัยที่พระพุทธรูปทุกองค์
จากนั้น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพวงมาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระคันธารราษฎร์ ทรงอธิษฐานขอความสมบูรณ์แห่งพืชผลของราชอาณาจักร พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ อ่านประกาศพระราชพิธีพืชมงคล จบ พระสงฆ์ 11 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ทรงหลั่งน้ำสังข์ ทรงเจิม นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนา และพระราชทานพระธำมรงค์กับพระแสงปฏัก จากนั้น ทรงหลั่งน้ำสังข์ ทรงเจิมผู้เป็นเทพีในการแรกนาขวัญ ประกอบด้วย เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวฉันทิสา อารีเสวต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และ นางสาวอภิชญา ฟูแสง นักวิชาการตรวจสอบบัญชีชำนาญการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ส่วนเทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวพรจิตรา จันทร์เจริญ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และ นางสาวศรัญญา ทองคำ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ กรมส่งเสริมการเกษตร
จากนั้น ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก
พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกร กำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี ซึ่งเป็นระยะเหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนา อันเป็นอาชีพหลักของประชาชน แต่ไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนไว้ ส่วนจะเป็นวันใดในเดือนหก หรือเดือนพฤษภาคม ที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณีก็ให้จัดขึ้นในวันนั้น โดยเป็น 2 พระราชพิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล เป็นพิธีสงฆ์ ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีวันแรก ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ อันเป็นพิธีพราหมณ์ ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีสนามหลวง
พระราชพิธีพืชมงคล เป็นพิธีทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหาร ซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงอธิษฐานเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารแห่งราชอาณาจักรไทย โดยข้าว ถือว่าเป็นอาหารหลักของประชาชน ในภาษาบาลี เรียกว่า ปุพพัณณะ หรือ บุพพัณณะ หรือ บุพพัณณชาติ ส่วนพืชอื่น ๆ ที่เป็นอาหารเรียกว่า อปรัณณ หรือ อปรัณชาติ หมายถึง พืชจำพวกถั่ว งา ถ้าเรียกควบทั้งสองอย่าง เรียกว่า บุพพัณณปรัณณชาติ หมายถึงพืชที่เป็นอาหารทุกชนิด
ทั้งนี้ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานที่ทรงปลูก 7 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105, พันธุ์ข้าว กข 79 หรือ ชัยนาท 62, พันธุ์ข้าว กข 85, พันธุ์ข้าว กข 99 หรือหอมคลองหลวง 72, พันธุ์ข้าว กข 109 หรือหอมพัทลุง 72, พันธุ์ข้าวเหนียว กข 6 และพันธุ์ข้าวเหนียว กข 26 หรือเชียงราย 72 รวม 2,800 กิโลกรัม เข้าในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อทำขวัญเมล็ดพันธุ์ข้าวและเมล็ดพันธุ์พืชต่าง ๆ ให้ปลอดจากโรค และเจริญงอกงามสมบูรณ์ เพื่อนำไปใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวและเมล็ดพันธุ์พืชสำหรับการเพาะปลูกฤดูกาลใหม่ พร้อมทั้ง พระราชทานแก่พสกนิกรและชาวนาทั่วประเทศ เพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป
เวลา 18.44 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายโจนาทาน เดล คิงส์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ซึ่งพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2565 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่
ในโอกาสนี้ นางอะแมนดา เจน แม็กดอนัลด์ ภริยาเอกอัครราชทูตฯ ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
เวลา 18.54 น. พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางสาวเซซิเลีย ซูนิลดา กาลาร์เรตา บาซัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทย ซึ่งพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่
เวลา 19.07 น. พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางสาวแอนเจลา เจน แม็กดอนัลด์ เอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย ซึ่งพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่