ทหารกัมพูชาไม่ได้ขวางสร้างถนน

View icon 14
วันที่ 13 พ.ค. 2569 | 10.43 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตามที่มีดรามา ทหารกัมพูชาเผชิญหน้าทหารไทย บริเวณเส้นทางก่อสร้างถนน ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสุรินทร์ ตอนแรกทำให้เข้าใจว่า ทหารกัมพูชาเข้ามากดดัน ขัดขวางการทำงาน แต่แท้จริงแล้ว ไม่มีการขัดขวางกันแต่อย่างใด

สรุปแล้วเรื่องนี้ ไม่เป็นไปตามคลิปที่เห็น โดย อาจารย์ไป๋ หรือ นายสงวน คุ้มเงิน ซึ่งเป็นผู้ร่วมดูแลการก่อสร้างถนนและอยู่ในเหตุการณ์วันดังกล่าว ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงแทน "หลวงตาเยื้อน" ซึ่งท่านเป็นพระที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ยืนยันว่า ข่าวที่ถูกเผยแพร่ในโซเชียลฯ ไม่เป็นความจริง เหตุการณ์ในวันนั้นไม่มีการข่มขู่หรือกดดันจากฝ่ายกัมพูชาแต่อย่างใด

อาจารย์ไป๋ อธิบายว่า ทหารกัมพูชาที่ปรากฏในคลิป เพียงเดินทางมากราบหลวงตาเยื้อนด้วยความศรัทธา พร้อมพูดคุยกันตามปกติในบรรยากาศที่เป็นมิตร ไม่ได้มีการเผชิญหน้าหรือแสดงท่าทีคุกคามเหมือนที่ถูกกล่าวอ้างในโลกออนไลน์

นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า ข่าวลือเรื่องไทยสูญเสียพื้นที่ชายแดนกว่า 40 เมตรนั้นไม่เป็นความจริง พร้อมย้ำว่า คนไทยจะไม่ยอมเสียแผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วเดียว โดยการสร้างถนนครั้งนี้เป็นโครงการเพื่อพัฒนาพื้นที่ชายแดน ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการสัญจรให้ประชาชนทั้งสองฝั่ง และเพิ่มโอกาสด้านเศรษฐกิจในอนาคต

ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดพัฒนาเส้นทางดังกล่าวให้เชื่อมต่อไปถึงด่านช่องจอม เพื่อยกระดับเส้นทางคมนาคมชายแดนให้สะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งหลังจากมีการชี้แจงข้อเท็จจริง ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกสบายใจมากขึ้น

แต่ในขณะที่ "สส.กังฟู" วสวรรธน์ พวงพรศรี พรรคไทรวมพลัง โพสต์อัปเดตว่า จากสถานการณ์ที่มีทหารกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่บริเวณแนวทำถนนชายแดน จังหวัดสุรินทร์ เพื่อความปลอดภัยของทีมงานหลวงตาเยื้อน ลูกศิษย์ และชาวบ้านที่ร่วมช่วยงานวัดเขาศาลา ทางทีมงานจึงตัดสินใจ "หยุดปฏิบัติงานชั่วคราว" เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมและดูแลพื้นที่ก่อน โดยเครื่องจักรที่ตนเองและ สส.เซียง ร่วมสนับสนุน จะหยุดภารกิจไว้ชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะมีความชัดเจนและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

มาดูความคืบหน้าการสร้างรั้วกั้นเขตแดนที่จังหวัดจันทบุรี โดยความคืบหน้าล่าสุด ระยะแรกเริ่มตั้งแต่หลักเขตที่ 52-54 ระยะทางประมาณ 1.3 กิโลเมตร เป็นรั้วถาวร สูงประมาณ 170 เซนติเมตร มีฐานรากที่แข็งแรง ด้านบนติดตะแกรงเหล็กหรือลวดหนาม พร้อมถนนตรวจการณ์ขนานแนวรั้วกว้างประมาณ 5 เมตร

มาถึงวันนี้ ช่วงหลักเขต 52-53 มีความคืบหน้ากว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ติดตั้งแผ่นกำแพงเกือบเสร็จสมบูรณ์ ส่วนช่วงหลักเขต 53-54 ยังอยู่ระหว่างการวางฐานราก ขณะที่ฝ่ายทหารกัมพูชายังคงลาดตระเวนตามแนวชายแดน และมีการพูดคุยกับช่างก่อสร้างด้วยท่าทีเป็นมิตร ไม่มีเหตุการณ์ตึงเครียดเกิดขึ้น

ด้านชาวบ้านและแม่ค้าในพื้นที่ต่างสะท้อนเสียงเดียวกันว่า การมีรั้วชายแดนจะช่วยสร้างความมั่นใจและลดความหวาดระแวงในการใช้ชีวิตและทำมาหากินตามแนวชายแดน พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการให้เกิดการปะทะ เพราะคนชายแดนคือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งเรื่องความปลอดภัยและการอพยพออกจากพื้นที่หากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีกครั้ง

และอนาคตมีแผนขยายแนวรั้วต่อไปจนถึงหลักเขตที่ 59 รวมระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร โดยกองบัญชาการกองทัพไทยและหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรีเป็นผู้รับผิดชอบดูแลความปลอดภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง